โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
ทุกวันนี้ที่ท่านเห็นแต่งกายชุดขาวๆ
กันเกร่อไปหมด ถ้าลองไปถามพวกเขาดู โดยมากจะบอกว่า ไปวัดไปนั่งกัมมัฏฐาน หรือไปนั่งวิปัสสนากัน
ยุ่งไปหมด ความจริงผู้เขียนก็เห็นมามาก พวกเข้าวัดมักจะเกิดความทุกข์กันมากกว่า
ไปนั่งไปนอนค้างคืนที่วัด ไปฟังเทศน์ฟังธรรม ถือศีล ภาวนากัน
ความจริงก็คือไปพึ่งพระธรรมคำสั่งสอนให้สบายอกสบายใจ
บางกลุ่มบางคณะก็ยกเข้าไปคุยกัน เลยจำแนกไม่ออกว่า ไปวัดแท้จริงไปทำไมกัน วัดไหนดี
สอนดี ก็มีคนแห่กันไปมาก บางวัดก็สอนกันไปตามแนวปฏิบัติมา ฝึกมาโด่งดัง ก็มาตั้งสำนัก
วัดสอนกันไป จึงไม่รู้ว่า ใครถูกต้องกันบ้าง เลยไม่รู้ความจริงว่า วิปัสสนา
เป็นอย่างไร คนเราก็เลยว่า ฉันไปนั่งวิปัสสนา วัดโน้นวัดนี้
แต่หารู้ความจริงไม่ว่า การจะเข้าวิปัสสนากัมมัฏฐาน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า
โพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวด หรือโลหะปราสาท วัดราชนัดดาวรวิหารนั่นเอง
การจะเข้าวิปัสสนา มันจะต้องผ่านด่านสมาธิ เป็นหลักเบื้องต้น สมาธิจึงเป็นรากฐานสำคัญ
ใครไม่ฝึกสมาธิ จนเข้าเอกัคคะตารมณ์หรืออารมณ์เป็นหนึ่งเดียว จุดเดียว ก็จะไม่มีทางเข้าสู่วิปัสสนาได้
สมาธิคือ ตัวรู้ตัวเห็น หรือขันอุปจาระสมาธิ จะเข้าสมาธิ
ก็ต้องเข้าฌานสมาบัติเก่งก่อน
ฌาน
เป็นรากฐานของสมาธิ นั่งจับลมคุมลมหายใจ ให้สงบราบเรียบ จนจิตนิ่งเป็นสมาธิ
ดีนั่นแหละ จิตจะรวมกันเป็นหนึ่ง
คนเราจำเป็นต้องรู้เรื่องการฝึกสมาธิให้เป็นเสียก่อน ที่ตั้งของจิต ตั้งตรงไหน
การฝึกสมาธิก็มีหลายแบบ แต่แบบหายใจ กำหนดลมหายใจเข้าออกจะได้ประโยชน์เร่งรัดเร็วกว่าพองหนอยุบหนอ
หรือธรรมกาย กำหนดลูกแก้ว เคลื่อนไปตามฐานทั้ง ๗ หรือมโนยิทธิของพระฤๅษีลิงดำ
ฝึกพุทโธ หายใจเข้า-ออก จะไปยุบหนอ พองหนอ หรือพระธรรมกาย สัมมาอรหัง
และก็จะเข้ามโนยิทธิได้ง่าย
อานาปานะสติหรือการกำหนดลมหายใจเข้าออก
จึงเป็นหลักสมาธิ การเข้าสมถะและวิปัสสนากัมมัฏฐานได้ แต่ทุกวันนี้
แต่ละวัดแต่ละสำนักสอนกันผิดมากๆ จึงปฏิบัติกันไม่ได้ เพราะวิปัสสนาที่แท้จริง
ต้องเข้าสมาธิก่อน และพิจารณาสมถะ ๔๐ อย่าง ให้เห็นเข้าใจจนจิตแก่กล้า
ขั้นอุปจาระสมาธิ ขึ้นไปจนถึงอัปปนาสมาธิ หรือสูงขึ้นไปอีก จนถึงปรจิตสมาธิ
จึงจะรู้เห็นทางเดินของสมถะ ๔๐ หรือ สมาธิแก่กล้า ระดับ ฌาน ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ นั่นแหละ
ถึงจะเข้าวิปัสสนาสมาธิหรือกัมมัฏฐานหรือโพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวด
ถ้าปฏิบัติสมาธิไม่ได้ถึงฌาน ๔ หรือเอกัคคะตารมณ์ ก็ไม่สามารถเข้าสมถะ ๔๐ หมวดได้
เพราะการเข้าสมถะ ๔๐ ต้องมีพลังสมาธิ ฌาน ๔ ขึ้นไป จึงจะมีพลังจิตหรือฌานแก่กล้า
แล้วถึงจะมีพลังสมาธิ รู้เห็นสมถะ ๔๐ ได้
สมถะ ๔๐
ก็คือพลังจิต หรือสมาธิแก่กล้า เห็นเรื่องอายะตะนะภายในกายได้ อาทิเช่น อาการ ๓๒
เห็นแล้ว ก็ต้องพิจารณากายให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย เมื่อมีความชำนาญในการพิจารณากาย
จิตยังต้องมีพลังแกกล้า จึงจะพิจารณาในโพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวดก็คือ
วิปัสสนานั่นเอง ความจริงสมถะ ๔๐ ก็คือวิธีการพิจารณากายให้เห็นทั่วทั้งกาย รวมกัน
๔๐ อย่าง พิจารณา อสุภะ ๑๐ ก็ยังสามารถพิจารณาดับกิเลส กามตัณหา รูป รส กลิ่น
เสียง ยิ่งพิจารณาละเอียดมากๆ ก็ยิ่งรู้เห็นสมถะ ๔๐ จิตก็มีพลังแก่กล้า
หรือฌานสูงๆ ๕, ๖, ๗, ๘ ถึงจะเข้าวิปัสสนาหรือโพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวดได้
จะเห็นว่าการเข้าวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ก็มิใช่พูดง่ายๆ หรือพูดพล่อยๆ ฝึกวิปัสสนาได้ ทุกวันนี้ที่พูดว่าไปเข้ากัมมัฏฐานจึงไม่เป็นที่ถูกต้อง
แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้า ก็หาผู้ที่เข้าสมาธิ สมถะ และวิปัสสนา
เพราะไม่รู้ความจริงว่า ต้องเข้าสมาธิ ให้แก่กล้าก่อน แล้วเข้าสมถะ ๔๐ ให้สมบูรณ์
แล้วถึงจะยกระดับจิตขึ้นสู่วิปัสสนากัมมัฏฐานได้ ทุกวันเห็นวัด
สำนักสงฆ์สอนกันผิดๆ มาก เลือกพระปฏิบัติสายอาจารย์มั่น อาจารย์ผัน
หรือสายหลวงพ่อปาน หรือสายพระฤๅษีลิงดำ สอนพุท-โธ-อานาปานะสติ จะถูกต้องกว่า
อย่าเข้าไปสำนักสงฆ์ หรือวัดที่สอนผิดๆ กัน
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า