วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เจ้าคุณอรหันต์



โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

เรื่องนี้ผู้เขียนได้ประสบมาด้วยตัวเองเพราะไปงานศพเพื่อนผู้อำนวยการโรงงานการซ่อม กรมช่างอากาศดอนเมือง นาวาอากาศโทโกวิท ฐิติวร เพราะอาศัยรถท่านมาทำงานตอนนั้นอยู่สวนพุฒตาล มาขับรถให้ผ.อ.โกวิทที่สี่แยก บ้านพักท่านอยู่ใกล้สี่แยกสะพานแดง ผู้เขียนก็ต้องไปนั่งคอยท่านเป็นประจำ ก็ใช้เวลาว่างนั่งคอยก็นั่งสมาธิไป ปรากฏว่าท่านออกมาเห็นผู้เขียนนั่งหลับตา ก็เขกหัวและว่า อดนอนมาอีกซิ ก็ตอบท่านว่า “ผมนั่งสมาธิ” ท่านก็ไม่เชื่อ มีอยู่วันหนึ่งหลังกลับจากทำงาน ก็มานั่งคุยกันที่บ้านผ.อ.โดกวิท ก็มีพี่หม่อม ภริยาของน.อ.ชวลิต ผ.อ.กองซ่อมบริภัณฑ์ ก็มาหาพี่ออ ภรรยาของผ.อ.โกวิท ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมาก ปรากฏว่าพี่หม่อมก็เดินมาเจอผู้เขียนนั่งคุยกันอลู่หลังบ้าน องค์พี่หม่อมก็ลงมานั่งกราบผู้เขียน เล่นเอาพี่ออ รีบบอกว่า พี่หม่อมๆ ไหว้จ่าสงค์ทำไม ก็ตกใจยืนดูองค์พี่หม่อมส่งภาษาเทพ ลงไปนั่งสั่นกับพื้น ความลับของผู้เขียนจึงแตก ถูกพี่หม่อมเปิดเผย เพราะพี่หม่อมทรงองค์ปู่กรมช่างอากาศ สะพานแดง  บางซื่อ พระนามว่า “ท่านปู่ท้าวสิทธิธรรมราชา”  หลังจากประทานพรกันเสร็จ  ผู้เขียนก็บอกให้ท่านถอยไป คราวนี้พี่หม่อมก็บอกพี่ออกับน.อ.โกวิทว่า จ่าคนนี้คือท่านปู่ใหญ่ องค์ของฉันต้องลงมากราบไหว้ ขอพรท่าน เท่านั้นเองเล่นเอาทั้งผ.อ.โกวิทกับภริยา แม้แต่พี่หม่อมถึงกับตกใจ ไม่นึกว่าผู้เขียนจะมีองค์ปู่ใหญ่ ตั้งแต่นั้นมาผ.อ.โกวิทและครอบครัว ถึงรู้ความจริง ที่นั่งหลับตาทำสมาธิเป็นจริง ไม่กล้าเขกหัวอีกเลย

ทีนี้ตั้งแต่ขับรถประจำตัว เวลามีงานศพ ท่านก็จะต้องไปรดน้ำศพ และก็จะอยู่สวดศพถึงสองทุ่มครึ่ง ผู้เขียนก็ใช้เวลาว่างช่วงนี้ประมาณ ๕โมงกว่าหรือ ๖โมงเย็น ไม่ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ก็เดินข้ามไปฝั่งวัดพระศรีมหาธาตุ มีคลองกั้นอยู่อยู่กับฝั่งฌาปนกิจศพของกองทัพอากาศ ก็ใช้กระดาษ A4 นี่แหละปูเป็นที่นั่ง แต่งชุดทหารนี่แหละ นั่งทำสมาธิ พวกที่ไปรดน้ำศพ ฟังพระสวด ก็จะเขียนผู้เขียนไปนั่งสมาธิ ไม่มายุ่งกับเรื่องศพ ปฏิบัติสมาธินี้พวกเพื่อนๆในที่ทำงานจะรู้ดีจนชินแล้ว

และวันนี้แหละ ที่ผู้เขียนไปนั่งสมาธิ และได้พบเห็นเรื่องราวของพระอริยะสงฆ์ระดับพระอรหันต์ เริ่มนั่งสมาธิตั้งแต่ ๖โมงเย็นไป พอเข้าฌาน ก็ไม่รับรู้เรื่องอื่นๆเพราะจิตไม่ได้ส่งไปภายนอก พอจิตเข้าฌานแล้วร่างกายเราก็เหมือนตอไม้หรือศิลา รู้แต่จิต ก็ปรากฏว่า มีสิ่งหนึ่งส่งลงมาจากบนฟ้า ก็แว่บจิตไปดู ก็เห็นเป็นจุดสีทองหรือคล้ายเพชร ลอยแวบๆลงมาจากอากาศทก็เพ่งจิตดูว่าเป็นอะไร เพราะกระแสที่ส่งลงมาให้รู้ให้เพ่งดู ก็ต้องเป็นกระแสฌานที่พิเศษแน่ จิตก็จับอยู่กับจุดสีทองหรือเพชรนั่นแหละ ยิ่งลอดลงมาใกล้ กระแสฌานยิ่งรุนแรง จึงได้เห็นชัด เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีรังสีกลับบัวสีทองหรือฉัพพรรณรังสี ที่แท้เป็นท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯ  แห่งวัดเทพศิรินทรันั่นเอง พอมาถึงยอดโพธิและก็ลอยมาใกล้ผู้เขียนนั่งสมาธิอยู่ รังสีของท่านกลับทำให้จิตใจแจ่มใส ปลอดโปร่งมาก ท่านลอยอยู่กลางอากาศไม่เกินสามเมตร ถ้าลุกขึ้นยืน ก็จะแตะต้องตัวท่านได้เลย แปลกมากท่านนั่งสมาธิแบบพับเพียบ ท่านก็ลอยมาหยุดนิ่งตรงหน้าผู้เขียน ในจิตก็กล่าวคำนมัสการท่านและก็ยกมือพนมไหว้ ก็ได้ยินท่านกล่าวว่า  “ลูกอุตสาหะไว้ เพียรไว้นะ อย่าทิ้ง”  ในจิตของผู้เขียนก็ตอบท่านว่า “ขอรับ” ก็เห็นท่านพยักหน้า เพ่งดูท่านประมาณไม่ต่ำกว่าสิบนาทีหรือมากกว่า สักครู่ก็เห็นท่านเจ้าคุณนรฯ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นแสงเพชรกระพริบหายไป จึงลืมตาขึ้น จึงรู้ว่าเจ้าคุณนรฯ ท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว จึงเรียกท่านว่าเจ้าคุณนรฯ เจ้าคุณอรหันต์

หลังจากได้ส่งกระแสท่านเจ้าคุณอรหันต์ เพราะลืมตาดูนี่เองทำให้เห็นข้างกาย ทางซ้ายมือมีกองไฟอยู่กองหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าบุคคลใดได้มีจิตเป็นกุศลมาจุดให้ ตอนนั้นร่างกายก็ยังแข็งทื่อเหมือนศิลาหรือตอไม้ ขยับไม่ได้ ก็ใช้สายตาตรวจดู รู้ว่ามีอะไรมาอยู่บนตัก ก็ใช้จิตสำรวจดูก่อนจึงรุ้ว่า กบหรือเขียดตัวเล็กขึ้นมานอนบนตัก และก็มีแมลงจะเป็นจิ้งหรีดหรือตั๊กกะแตน มันโดดลงจากตัก ก็เอาจิตมาเพ่งดูและบอกว่าพวกเจ้าลงจากตักฉันได้แล้ว ฉันจะถอนฌาน จิตก็รู้จิตก็เห็น แตต่ก็ยังมีอีกอย่างนอนอยู่บนตักก็เพ่งจิตไปบอกอีก เห็นงูเห่าตัวเท่าข้อมือผู้ใหญ่ มันขยับตัวเลื้อยลงจากตัก ก็ลืมตาดู จริงอยากที่เห็น ก็ดูซิว่างูเห่ามันจะเลื้อยไปทางไหน แต่ปรากฏว่า งูเห่าพอลงจากตักได้กฌหายแว๊บไปต่อหน้าต่อตา พอพวกสัตว์ลงไปหมด จิตก็ถอนจากฌาน มีความรู้สึกปกติ ขยับกายได้แล้ว ก็หันไปมองทางงานศพ กำลังเลิกพอดี จึงลุกขึ้นมาดับไฟ เก็บข้าวของและแต่งตัวให้เรียบร้อย พอเดินมาฝั่งงานศพ ผ.อ.โกวิท ก็ออกมาคุยด้วย และถามว่ายุงไม่กัดหรือ ไม่กลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือ

พอขับรถกลับจากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ก็เล่าเรื่องการนั่งสมาธิ เรื่องท่านเจ้าคุณนรฯ เรื่องงูพวกสัตว์นอนบนตักให้ฟัง  เล่าถึงคนมาจุดกองไฟ พระอรหันต์เสด็จลงมา ผ.อ.โกวิทก็หายสงสัย ทำไมเวลาขับรถ ผู้เขียนยกมือส่งวิญญาณตามถนนช่วยให้วิญญาณที่มาขอส่วนบุญพ้นทุกข์ไปกันเป็นจำนวนมาก