โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
ท่านผู้อ่านที่เป็นหญิง
ท่านสวยหรือไม่สวย จะมีหรือจน จะชั้นไหนก็ตาม อ่านเรื่องนี้ไว้
เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงที่ประเภทปากเสียหรือปากปีจอ เป็นพยาบาลคนนึงอยู่ร.พ.แถวอนุสาวรีย์ชัย
ถ้าจำไม่ผิดประมาณปีพ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙ ที่มีร.พ.หญิงนี่แหละ
และสมัยนั้นผู้เขียนก็รับตำแหน่งเป็นปู่สงฆ์วัดโพธิ์ท่าเตียน
เพราะทุกวันพระไปฟังเทศน์หังธรรมในวัดโพธิ์ ก็เกิดมีคนป่วยมาให้รักษา
จนทุกวันพระต้องเปิดเรื่องเจ้าวัดโพธิ์ขึ้นหรือผู้ปฏิบัติสมาธิและร่างทรงขึ้น
ผู้เขียนก็อยู่ในกลุ่มเจ้าวัดโพธิ์นี่แหละ และก็รักษาคนมีทุกข์ทั้งหลายสารพัดโรค
โรคผีโรคปีศาจโรควิญญาณ โรคบ้าบอทั้งหลาย โรคลี้ลับทั้งหลาย ทุกวันพระ วิหารหลวงพ่อปรกโพธิ์ก็จะมีการรักษาช่วยเหลือคนเป็นทาน
เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะคนที่เข้าวัดโพธิ์ทุกวันพระนั้น
มีคนป่วยที่รักษาที่ไหนก็ไม่หาย ก็มาหาผู้เขียนในวัดโพธิ์ เขาก็เล่าให้ฟังว่า หลานสาวของเขาเป็นโรคจิตวิปริตวิปราสถึงกับเข้าร.พ.บ้านสมเด็จมาแล้ว
เห็นผู้เขียนซึ่งตอนนั้นก็มีฉายาปู่สงฆ์วัดโพธิ์ รักษาคนป่วยต่างๆหาย
ก็มาถามผู้เขียนว่า โรคอย่างนี้รักษาได้ไหม ผู้เขียนก็ใช้สมาธิจิต
ก็รู้ว่าไอ้หลานสาวคนนี้ถูกคนเขาทำมา ถูกน้ำมันพรายน้ำมันผี อย่างนี้ต้องไปหาที่บ้านหรือในสวนพุดตาน
ซึ่งผู้เขียนพักอยู่กับคุณพ่อหรือพันโทปลั่ง เทพหัสดิน ญ อยุธยา
เย็นวันหนึ่งผู้เขียนมานั่งตรวจดูอาการอีกที
จึงเห็นเหตุที่เกิดทุกข์ เหตุที่ทำให้เสียสติหรือวิปลาส
มันก็เป็นภาพผุดขึ้นมาในจิตในสมาธิให้ผู้เขียนเห็น จึงรู้สาเหตุที่เกิดขึ้น
ก็อธิบายให้พ่อแม่คนป่วยฟัง ลูกสาวเรานี่น่ะ,,, ที่วิปริตก็เพราะอะไร เพราะ.... ไปด่าไปว่าเขา
ด่าคนมาเยอะ พ่อแม่เค้าก็เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวเขาเป็นพยาบาลอยู่ร.พ.หญิง
แถวอนุสาวรีย์ชัย อ้อ!!! เหตุที่เป็นโรคประสาทนี่
ลูกสาวเรานี่แหละปากเสีย เห็นคนเขาไปไหว้พระภูมิ ไปไหว้ศาล ไหว้ต้นไม้
ก็ไปว่าพวกนี่ท่าจะบ้า ไปไหว้ทำไม พระภูมิ ต้นไม้ อะไรนี่แหละ คือว่าปากเสีย ก็ดูต่อไปอีก อ้อ!! พยาบาลคนนี้สวยจริงๆ
รูปร่างหน้าตาดีเรียกว่านางงานชิดซ้ายไปเลย ดันไปด่าผู้ชายอีก
เขามาจีบเขามาอะไรต่างๆ ด่าเขาว่าอย่างไรรู้ไหม
ขาอ่อนฉันก็ไม่ได้เห็นหรอก ก็โดนผู้ชายเอาน้ำมันพลายทา
ตกลงผู้หญิงคนนี้ป่วยเป็นโรคประสาท โดนไปกี่เด้งหล่ะ โดนพระภูมิ เจ้าที่ ต้นไม้ น้ำมันพราย
ได้เป็นประสาทได้ไง
เล่าเหตุการณ์ให้พ่อแม่เขาฟัง
พ่อแม่บอกว่า เอาไปร.พ.บ้านสมเด็จถึงกับผูกมัดแขนมัดขามาแล้ว อาละวาดใหญ่
ก็มาเจอคนที่วัดโพธิ์ เจอผู้เขียนเข้า ก็เลยแนะนำให้มาหา พ่อแม่คนป่วยก็ถามว่า
แล้วปู่รักษาได้ไหม อ้าว.. แล้วพามาทำไมวะ ลองพิสูจน์เสียก่อน
ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป๊ พอจับมานั่งเอามือซ้ายจิ้มหัวเท่านั้น
อาการของลูกสาวก็ออกฤทธิ์เลย ดิ้นพรวดพราดจะหนี จะลุกหนี ก็จับผมไว้
เพ่งจิตกดศรีษะไว้ ก็เอาน้ำมนต์รด ร้องโอ๊ย โอ๊ยยย ตกใจกันหมด ผีมั้นดิ้น ลูกสาวก็มีอาการกระโดด สะบัดหนี
ไม่สามารถจะหลุดจากมือผู้เขียนได้ ก็เอาน้ำมนต์เป่า ก็ดิ้นหมุไปรอบเลย
เหมือนมันต่อสู้กับเรา เสื้อผ้าหลุดหมด เอานิ้วจิ้มหัวใจ พอร่างสงบมาอาบน้ำมนต์ต่อ
เพิ่งอาบไปได้ขันเดียว ก็มีอาการขนาดหนักแล้ว ก็เลยอาบไปทั้งๆที่เปฃือย
อาบไปก็เพ่งจิตรักษาไปเรื่อย พักเดียวไอ้วิญญาณที่อยู่ร่าง
ไอ้วิญญาณตายท้องกลมนี่แหละ เป่าพรวดให้วิญญาณไปเกิด
ช่วยวิญญาณพ้นทุกข์ ก็ช่วยถอนคาถาอาคมถอนวิชาหมอผีมัน
ให้ผีตายท้องกลมหลุดจากอำนาจหมอผี พอช่วยวิญญาณให้พ้นแล้ว ทีนี้ร่างก็นั่งอย่างสงบ
ให้อาบน้ำมนต์รักษาแต่โดยดี พอเสร็จแล้วให้พ่อแม่มานุ่งผ้าให้ลูกสาว
พอสวมเสื้อผ้าเสร็จ จับลูกสาวมาเดิน ไม่มีอาการอาละวาดเลย เดินมาแต่โดยดี
เสร็จแล้วพาไปรักษาที่ห้องพระ ทีนี้ก็เพ่งจิตรักษาอีก
พอถอนวิญญาณตายท้องกลมได้แล้ว ก็มาบอกพระภูมิ แม้แต่เจ้าแม่ต้นไม้ ให้เลิกทำโดทษคนป่วยซะ
บอกว่าให้พรุ่งนี้มาอีก พรุ่งนี้จะอาบน้ำมนต์ให้อีก แม่คนป่วยบอกว่า แปลก
ไม่น่าเชื่อ ลูกสาวกลับนิ่งพูดคุยเหมือนปกติ แต่มีอาการเพลียหน่อย
เพราะวิญญาณตายท้องกลมออก ก็บอกกลับบ้านได้ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันใหม่ แล้วก็เอาสายสิญน์คล้องคอไว้
อย่าถอดภายใน ๓ วัน
ปรากฏว่าพ่อแม่ลูกจูงมือกันปร๋อไปเลย
วันที่สองมาอีก
ทีนี้จับอาบน้ำมนต์ เลยเป่าจิตเพ่งดู ดูว่ามีอะไรติดค้างไหม
วิญญาณเขาทำโทษไหมเขายกโทษไหม ก็เห็นว่าปกติ เลยถามว่า เป็นไง?
เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม ลูกสาวไม่ทันตอบ แม่รีบตอบแทน ปู่
เมื่อคืนรวดเดียวเลยจนสว่าง กว่าจะตื่นได้ ๒โมง ๓โมง ลุกสาวก็บอก หนูไม่รู้เรื่อง
พอลืมตามา แม่ก็ถามว่าหิวหรือยัง รู้แค่นี้แหละ รุ้ว่ามันสบาย
อาบน่ำมนต์คราวนี้ก็นั่งสบายไม่มีอาการอะไร พออาบเสร็จปั๊ป
ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเองเลย แล้วไปรออยู่หน้าห้องพระ
ก็เห็นผู้ป่วยโทรศัพท์คุยกับเพื่อนคิกคัก เฮ้ย มึงหายแล้วหรอ พ่อแม่นั่งมอง
ลูกโทรศัพท์คุยกับเพื่อนรู้เรื่องหมดแล้วก็มานั่งรักษาต่อ
เพ่งจิตรักษาอีกและสอนสมาธิให้พยาบาล ก็นั่งได้เกือบชั่วโมง เหมือนกับหายเป็นปกติคนธรรมดาเรานี่แหละ
ก็ถามคนป่วยว่า พรุ่งนี้จะมาอีกไหม เธอตอบ มา ปู่ มา
วันที่สาม
ก็มาตามปกติพออาบน้ำมนต์เสร็จ นั่งสมาธิอีก คราวนี้ปรากฏว่ามีเรื่องพิเศษเกิดขึ้น
มีองค์มาลงร่าง ปรากฏว่าเป็นพระแม่วนสายอินเดียคือพระแม่อุมานี่แหละ
ก็บอกพระแม่อุมาเทวีว่าตั้งแต่นี้ไปพระแม่มาอยู่กับร่างนี้แล้ว
ต้องปกป้องคุ้มครองรักษาดูแลร่างอย่าให้มีโรคภัยไข้เจ็บและต้องอนุญาตเขาทำงานได้
เรื่องมนุษย์เรื่องครอบครัวก็ต้องอนุญาตให้เขาด้วย ร่างแม่อุมาก็มากราบอีก
แล้วก็รับปากจะดูแลให้ แล้วก็ถามว่าปู่จะให้มาอีกไหม ผู้เขียนก็บอกไม่ต้องมาแล้ว
ไปสวดมนต์เสีย ไปปฏิบัติอย่ากินเบียร์กินเหล้า อย่าไปด่าคนส่งเดช
ผู้ชายไม่ชอบก็อย่าไปด่าเขา
เรื่องนี้ถ้าจะเล่าให้ละเอียด
ตอนรักษามันดุเดือดยิ่งกว่าหนังตบตีฟันแทงกันอีก พออาบโดนน้ำมนต์มันก็ดิ้นหนี สะบัดหัวสะบัดตัว
ฟาดผ่ามือใส่เราก็จับไม่ถนัด มันดิ้นจนเสื้อผ้าหลุดหมดเพราะนุ่งผ้าถุงกระโจมอกอาบน้ำมนต์
พอโดนน้ำมนต์เท่านั้นแหละ มันก็ทั้งดิ้นทั้งร้อง โอ๊ยยยย
เสื้อผ้าก็ดันหลุดเสียอีก
ไม่รุ้จะจับสว่นไหนของมัน มันก็จะหนี ก็จิกผม จับผมไว้
โอ้โห้ทีนี้มันบิดดิ้นเป็นเกลียวเลย จะหนีให้ได้เลย ตกโต๊ะที่อาบน้ำมนต์ก็ดิ้นไปข่างล่าง
ต้องตามไปจับ จิกผมมาลากเข้ามาอีก ผีมันสู้ฉิบหายเลย นิ้วแทงไปที่ไหนมันดิ้น
นิ้วแทงไปที่อกมันก็ดิ้นอีก ผีมันก็วิ่งมาที่คอ ก็เอามือฟันคอ
ผ๊ก็วิ่งลงมาข้างล่างที่ขา ก็เอาเท้าเหยียบมันอีกไม่ให้มันลง ผีมันก็วิ่งย้อนขึ้น
เข้าสะดือ ก็เลยต้องเอานิ้วแทงสะดือมัน จิตก็เพ่งเอาศูนย์กลางสะดือเท่านั้นแหละ
วิญญาณสงบเลย นอนแผ่หลาเลย หันมายืนดูพ่อแม่ คนที่ยืนดูกันก็หนีกระโดดหลบกันใหญ่
นิ้วแทงสะดือ จิตก็เพ่งใส่ ก็ต้องใช้จิตตัดอำนาจเวทนต์คาถาอาคมของหมอผี
ออกไปเถอะลูก
พ้นทุกข์แล้ว ไปเกิดเสีย ก็เป่าช่วยให้วิญญาณพ้นทุกข์ ไอ้ท้องกลมนั่นแหละ
ก็จับร่างนั่งตรงอาบน้ำมนต์ต่อ รักษาต่อจนร่างคืนสติมา แล้วเพ่งจิตดู
อ้อ...ผีมันออกแล้ว ก็เลยตบหลังไม่เป็นไรแล้วลูก บอกพ่อแม่เอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวให้ลูกสาว
ให้ประคอลไปนั่งพักก่อน และผู้เขียนก็ตามไปช่วยเป่า เรียกจิตคืนสู่กายอีกที
จึงหายปกติพูดคุยได้แล้ว ก็เลยให้พ่อแม่ไปแต่งตัวให้
ก็ปรากฏว่ากลุ่มไทยมุงที่ยืนดูอาบน้ำมนต์ โอ้โห ผีมันดุขนาดนี้เชียวหรือ บอกว่ามันไม่ดุได้ยังไงล่ะ
ก็ผีตายท้องกลม นี่แหละถูกน้ำมันพรายหละ เป็นสุดยอดของผี ที่ดุที่สุด สนุกไหม?
ดีนะที่ไทยมุงเป็นผู้หญิงเสียเยอะ
และไทยมุงพวกนี้ก็ตั้งใจมาหาผู้เขียนให้รักษาด้วย
ก็เลยได้ดูทั้งของดีและของเสียและผีเป็นของแถมด้วย เล่นเอาอกสั่งขวัญหาย
ที่นี้พอขึ้นไปรักษาต่อ พอผีออกมันนิ่งเป็นปกติ แค่วันแรกเองน่ะ
พอวันที่สองไม่มีอะไรแล้ว แถมยังคุยกับเพื่อนเป็นต่อยหอยเลย เพื่อนก็ถาม เฮ้ย
แกหายดีแล้วหรอ ถึงได้คุยได้ขนาดนี้ คนป่วยก็บอก เออ ฉันมาเจอปู่สวนพุดตานหรือปู่สงฆ์วัดโพธิ์นี่เอง
ท่านเห็นไหมว่าอำนาจจิตของสมาธิที่ปฏิบัตินี้
ปฏิบัติสูงๆ แล้วมันรักษาได้ทั้งนั้นแหละ เสียดายไม่VDO ถ่ายในยุคนั้นหรือโทรศัพท์ถ่ายแบบในยุคนี้สมัยนี้
จะได้ดูได้เห็นเหตุการณ์จริงๆ ตื่นเต้นไหน จะได้ยืนยันได้ว่า
ว่าคนไปไหว้ศาลไหว้ต้นไม้ที่จริงไม่ใช่เรื่องของตัวเองซะหน่อย เป็นสิทธิของคน
ปากแส่ไปหาเรื่องเอง ยังไปดูถูกเขาเห็นว่าตัวสวยขาอ่อนไม่ได้เห็นอีก
จึงเป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยอย่างนี้ เขาเรียกทุกข์เพราะปาก
แล้วใครเป็นตัวร้ายต่อไปหล่ะ ผีหรือวิญญาณตายท้องกลมก็เป็นตัวเสริมให้เกิดทุกข์
พระภูมิเจ่ที่รุกขเทวดาหรือนางไม้เป็นตัวทำโทษเหมือนกันคือฐานปากเสีย คือกรรมของคนป่วยท่านก็พิจารณาเอา
ถึงความจริงที่ถูกต้อง ถ้าม่ไปพูดอย่างนี้ ก็ไม่เกิดเหตุนี้ขึ้น
ไอ้ผีหรือวิญญาณตายท้องกลมเป็นส่วนปนะกอบให้เกิดเรื่องมาก็เลย ทำให้รู้ว่าไอ้ท้องกลมมันก็มีเคราะห์เหมือนกัน
ถูกไอ้หมอผีเดรัจฉานวิชาหรือคนชั่วทั้งหลายมันบังคับผีตายท้องกลมให้มาทำร้ายคน
ผีก็มีเคราะห์เหมือนกัน เมือ่ถูกคนดีมาปราบ ผีก็ถูกทำโทษเหมือนกัน
เจ็บปวดเหมือนกัน ก็ต้องต่อสู้ผู้ที่มาปราบ ถ้าปราบได้ผีก็หมดทุกข์ เหมือนกัน
เพราะคนดีปราบอาจารย์มันได้ ไอ้คนใช้มันนั่นแหละ
ไอ้ผีถึงจะยอม เพราะสามารถช่วยมันได้ สามารถพ้นทุกข์ได้
ตัดเวรตัดกรรมกับไอ้หมอผีได้ และคนดีช่วยให้พ้นทุกข์เป็นอิสระจากการถูกบังคับ
ถูกใช้ ก็สามารถไปเกิดได้ ถ้าเจอคนไม่เก่งไม่ดีพอ ก็ไม่สามารถให้ผีตายท้องกลมเป็นอิสระได้
ก็เป็นเวรเป็นกรรมกับไอ้หมอผีต่อไป เพราะฉะนั้น
วิญญาณทั้งหลายทุกวิญญาณก็อยากจะพ้นทุกข์ให้เป็นอิสระให้เป็นวิญญาณฮิสระ
เหตุเช่นนี้เพราะอะไร ถ้าวิญญาณไม่มีเคราะห์ ไม่ถูกหมอผีจับมาใช้
วิญญาณก็ไม่เป็นทุกข์กับเขา นับว่าวิญญาณตายท้องกลมก็มีส่วนรับกรรมอยู่
แต่เมื่อมาเจอผู้ประพฤติดีปฏิบัติดี ก็สามารถช่วยได้ วิญญาณก็เป็นอิสระ
พ้นทุกข์ได้