วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตอนปฏิบัติ


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

จากประสบการณ์นั่งสมาธิสามคืนแรก ทำให้ผู้เขียนติดใจ พอวันที่ ๔ จึงนั่งสมาธิอีก ทีนี้แค่สามทุ่มก็เข้ากระท่อมทำสมาธิแล้ว  เข้าสมาธิง่ายเพราะเข้าใจทุกอย่าง จิตก็สงบมากขึ้น แต่ก็ยังอดคิดถึงเรื่องราวคืนก่อนๆ ไม่ได้ มันสงสัยอยู่ในใจ ก็ใช้จิตไปพิจารณาเรื่องแรกๆ ของคืนแรกครับ พ่ยุเกิดขึ้นได้อย่างไร ตัวอะไรมันโดดบนหลังคา และใครขว้างกระท่อม วิญญาณหญิง-ชายคุยกัน พอนั่งพิจารณาเรื่องแปลก ก็เกิดขึ้นในจิตว่า “ให้เจ้านั่งสมาธิ ไม่นั่ง จะนอน” เลยถูกทดสอบไป ๓ ยก ต้องลุกขึ้นมานั่งสมาธิ แต่ยกที่ ๔ ดันได้ยินเสียงผีหรือวิญญาณมันพูดกัน ทำให้ต้องลุกขึ้นมานั่ง พอนั่งจิตสงบเข้าสมาธิเอง จิตก็รู้เห็นตัวเองนั่ง ตาคราวนี้ตัวเราไม่มี เห็นแต่อากาศแทนที่เรานั่ง อากาศออกจากจิตเราแบบนั้น ยิ่งนั่ง อากาศก็ยิ่งออกจากตรงจุดที่นั่ง กระจายหรือขยายเป็นวงกว้างจนไม่มีขอบเขต มีแต่ขยายไปทั่วสุดขอบฟ้า จึงรู้มาจากจิตข้างในบอกว่า นี่คือ การเพ่งอากาศไม่มีที่สิ้นสุด เทียบได้เท่ากับ ฌาน ๕ หรือ “อากาศานัญจายะตะนะ”

แต่ครั้งที่ ๒  กลับสอยหลักสมาธิ วิตกวิจาร ให้รู้ สอนให้รู้ถึงวิธีนั่งสมาธิ อะไรเป็นวิตอะไรเป็นวิจาร ตอนจะต่อฌานเป็นอย่างไร วิตกเป็นอย่างไร วิจารทำอย่างไร ก็เลยเข้าใจหลักสมาธิ วิธีเจริญฌาน ๑, ๒, ๓, ๔ เป็นอย่างไร ผู้เขียนก็เพิ่มวิธีตอนต่อฌาน ก็คือตอน “ตามไปดู” เข้าไปด้วย จะได้รู้ อะไรเป็นเรื่องวิตก และเกิดวิตก จะใช้วิจารอย่างไร ก็มาพิจารณาดูและลำดับเหตุการณ์ตอนปฏิบัติตั้งแต่คืนแรกกับคืนที่สอง ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร พอคืนที่สามวิธีนั่งก็ถูกค้นพบ และพอคืนที่สี่ ก็มาเรียบเรียงดูเหตุการณ์ มาลำดับ ประติดประต่อกัน ก็สรุปผลได้ว่า คืนแรกเป็นเหตุการณ์บังคับให้นั่งสมาธิได้ จนถึงเพ่งอากาศขยายไม่มีที่สิ้นสุด และสอนให้เราทำจิตไม่ให้ตกใจกลัว หรือเป็น “วิตก” ก็ได้ พอเราคุมจิตได้ เพ่งจิตหรือภาวนา “พุท” หายใจเข้า “โธ” หายใจออก ก็รู้วิธีภาวนา รู้ที่ตั้งของจิต  ระยะทางภาวนา พอเข้าใจ ก็มาตั้งต้นตั้งแต่ นั่ง วิธีเป็นอย่างไรถึงจะถูกหลัก ฝึกไปก็ค้นไป จึงได้หลักวิธีการนั่งสมาธิ ภาวนาลมหายใจอย่างไร ก็พิจารณาตามหลักความจริง จนได้หลักวิธีที่ถูกต้อง ในการปฏิบัติ วิธีแก้ไขทุกขเวทนาทำอย่างไร นั่งไปค้นคว้าไปในที่สุดก็ได้หลักวิธีที่ถูกต้อง และทำให้นั่งเข้าสมาธิได้เร็ว วันเดียว ก็นั่งสมาธิเป็นแล้ว   มีความเพียร อุตสาหะ ก็นั่งสมาธิได้ครึ่งค่อนชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงแล้ว ถ้านั่งไม่เป็นหรือไม่รู้หลักวิธีการนั่งสมาธิ กี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็นั่งสมาธิไม่ได้ ยิ่งพวกจิตไม่ว่าง หลงแต่โทษเวรโทษกรรม โทษบุญ-วาสนา หรือชอบอ้างต่างๆ นาๆ หรือไม่มีเวลาว่าง และประเภทบ้าก็พูดว่า นั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า บางทีก็ว่า กลัวเห็นโน่นเห็นนี่ พวกนี้จัดเป็นพวกห่างไกลธัมมะ หากมีใครบอกว่า นั่งสมาธิแล้ว เห็นโน่นเห็นนี่ พอกับพวกที่ว่าตายแล้วดับ ไม่มีวิญญาณ ไม่มีผี ไม่มีนรก เพราะพวกนี้มีกรรม-เวร คอยกันไม่ให่เข้าสู่พุทธศาสนานั่นเอง

ผู้เขียนก็มาสรุป วิธีนั่งสมาธิ ที่ค้นคว้าจนได้ผลเร็ว ก็คือหลักของผู้เขียนนี่แหละ รู้วิธีนั่ง รู้วิธีปฏิบัติภาวนา รับรองนั่งได้ทุกคน ก็เลยรู้ความจริงว่า ถ้าปฏิบัติสมาธิไม่ได้ แค่รากฐานของพุทธศาสนาและจะเข้าใจธัมมะของพระพุทธเข้า ถือศีล กินเจ ก็แค่ธรรมดา สู้ปฏิบัติสมาธิไม่ได้ แค่ปฏิบัติสมาธิก็ได้ประโยชน์มากมายก่ายกอง แล้วยิ่งมาปฏิบัติสมถะ ๔๐ ก็ยิ่งเพิ่มทวี และยิ่งปฏิบัติบัติวิปัสสนา ก็ยิ่งหาขอบเขตมิได้ ผู้เขียนจึงมาลำดับ การฝึกสมาธิไว้เป็นแนวการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติ

ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นรากฐานขั้นแรก
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  ขั้นกลาง
สมาธิ สมถะ(๔๐) โพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวด หรือวิปัสสนา  ขั้นสูง

ฝึกสมาธิให้เข้าใจ ให้เก่ง สมาธิเป็นตัวเบิกทางของสมถะ ๔๐ สมาธิมากๆ อุปจาระสมาธิ, อัปนาสมาธิ หรือสูงๆ ขึ้นไป จนเข้าโพธิปักขิยะธรรม ๓๗ หมวด ท่านก็เข้าถึงวิปัสสนาอันแท้จริง เข้าสมาธิขะรู้เห็นธัมมะอันแท้จริง รู้วิชา ๓-๔-๕-๖-๗-๘ รู้สมาธิก็จะเข้าอภิญญา ๖ รู้สมาธิถึงจะเข้าฌาน ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, และฌาน ๘ รู้สมาธิรู้วิธีดับทุกข์ รู้วิธีแก้ไขชีวิต รู้สมาธิท่านก็รู้ทางเดินของพระพุทธศาสนา

คราวหน้าจะมาต่อเรื่อง สรุปวิธีปฏิบัติสมาธิให้อีกนิดนึง ตอนนี้คนพิมพ์ง่วงจนตาลายแล้วจ้า หรือถ้าว่างตอนนี้แล้วอยากอ่านก็ให้ไปอ่านเรื่อง วิธีฝึกสมาธิแบบเร่งรัดก่อนได้เลยจ้า

ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า







วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กรรมฆ่างู


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักศึกษาแถวสะพานใหม่ เป็นลูกสาวของคนขายล็อตเตอรี่ อายุประมาณ ๒๖-๒๗ ปี สาวคนนี้ผู้เขียนเคยรักษาโรควิญญาณเมื่อสองปีก่อน เพราะไปบวชชีพราหมณ์กับแม่ที่วัดแถวจังหวัดอ่างทอง เกิดเจ็บป่วยจนเรียนหนังสือไม่ได้ พาไปหาหมอตามโรงพยาบาลก็ไม่หาย หาพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่หาย จนมาเจอกับผู้เขียน จึงใช้สมาธิจิตตรวจดูคนป่วยก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดทุกข์ จนเรียนหนังสือไม่ได้ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก็จะเรียนจบแล้ว จะจบปี ๒๕๕๙ นี้  ก็เห็นความจริงว่า แม่ลูกคู่นี้ตอนไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดจังหวัดอ่างทอง ก็เกิดไม่สบายตามมา ตอนแม่ลูกไปบวชชีอยู่นั้นก็ไปยืนดูศาลประเภทเจ้าแม่ ตรงศาลก็เป็นศาลใหญ่ เจ้าแม่ตะเคียนทอง ปรากฏว่า เจ้าแม่เก่งทางให้หวยโชคลาภ ก็ถูกพวกเจ้ามือมาสะกดตอกตะปูที่เสาไว้ พอเพ่งจิตตรวจดูก็ได้ยินเสียงเจ้าแม่พูดว่า ช่วยลูกด้วยเถิด เจ้ามือมันเอาอาจารย์มาตอกสะกดไว้ ก็เลยรู้ความจริงว่า  เหตุที่เด็กสาวเจ็บป่วยเพราะไปยืนดูศาลเจ้าแม่ตะเคียนนี่เอง เจ้าแม่จึงตามร่างเด็กสาวมาหาผู้เขียน  ซึ่งอยู่หมู่บ้านแอนเน็กซ์ หรือพหลโยธิน ๕๘ ซึ่งมีแม่ค้าขายล็อตเตอรี่แนะนำให้มาหา ก็สอบถามว่าไปรักษาที่ไหนมาบ้าง โรงพยาบาลที่ไหน แม่ก็อธิบายให้ฟังอย่างละเอียด  ไม่ว่าพระที่ไหน  เจ้าที่ไหนก็พาลูกสาวไปรักษามาทั่ว ก็ไม่หาย ผู้เขียนจึงบอกว่าจะรักษาหายได้อย่างไร รักษาไม่ถูก เพราะไม่รู้ไม่เห็นจริง ผู้เขียนจึงกำหนดจิต จับถอน อาบน้ำมนต์ ละเพ่งจิตถอนตะปูที่อาจารย์หรือหมอมันมาตอกเสาเจ้าแม่ตะเคียน แล้วก็เพ่งจิตรักษาให้ สักครู่ก็หายปกติ พอมาอีกวันก็มาอาบน้ำมนต์รักษา จึงกลับไปเรียนหนังสือได้

ก็มาเข้าเรื่อง กรรมฆ่างูกันต่อ ปรากฏว่าเด็กสาวหายป่วยไปปีกว่า กลับมาหาผู้เขียนอีก คราวนี้มาแปลก แม่พามาหาครับ พอมาถึงแม่ก็บอกว่า  ปู่ๆ ลูกสาวป่วย รักษามา ๓ เดือนแล้วไม่หาย พอผู้เขียนเพ่งจิตดูเท่านั้น อาการลูกสายก็โชว์ออฟเลย นั่งบิดไปบิดมา ก็เป็นภาพปรากฏในจิตให้เห็น เป็นภาพของงูเหลือม ตัวเบ้อเร้อ เกือบเท่าขาอ่อนผู้ใหญ่ กำลังบิดตัวไปมา แสดงถึงอาการเจ็บปวดมาก ก็เลยรู้ความจริงว่า เหตุที่เจ้บป่วยของเด็ก ก็เพราะงูเหลือมจัวใหญ่ เป็นงูเจ้าที่หรือพญานาค กำลังเจ็บปวดแสดงอาการบิดตัวให้เห็นในจิต ก็ถามผู้เป็นแม่ว่าใครไปตีงเหลือมเข้าล่ะ หรือว่าพ่อของเด็ก งูเหลือมหรือพญานาคก็ฟ้อง เขาถูกฆ่าตายและก็เล่าให้ฟัง งูเหลือมมากินไก่ พ่อเด็กเป็นผู้จับได้ และให้พวกชาวบ้านซึ่งเป็นพวกเขมรเอาไปทำอาหาร และมาแบ่งให้พ่อของเด็กกินด้วย ก็เป็นเรื่งอราวของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คือฆ่างูนี่เอง ทำไมจังร้ายแรงนัก พอดูก็เห็นงูเหลือมตัวใหญ่ กลายร่างเป็นพญานาค เหมือนในกลักไม้ขีดไปนั่นแหละ นัยน์ตานี่แดงกล่ำโกรธมากจริงๆ  แล้วก็บอกแม่คนป่วยว่า งูตัวนี้ใหญเป็นพวกพญานาคตาแดง แค่นั้นลูกสาวก็บิดตัวรุนแรงมากขึ้นทวีคูณ ก็ถามผู้เป็นแม่ว่าเป็นมากี่เดือนแล้ว ผู้เป็นแม่ก็ตอบง่า ๓ เดือนเต็มแล้ว พาไปหาหมอโรงพยาบาลก็บอกว่าเป็นโรคเส้นเอ็นบิด ทั้งนวดทั้งกินยาก็ไม่หาย นั่งเฉยๆ ไม่ได้ ตัวต้องบิดอยู่เสมอ

พอเพ่งจิตดูต่อไป อ้าวลูกสาวนี้ซวยจริงๆ มีผู้ชายแย่งกันถึงสามคน เจ้าชู้จริงๆ แถมยังโดนแฟนเก่าทำอีก ก็ถามเด็กสาวว่าคนไหน ให้โทรศัพท์และติดต่อ ก็บอกลักษณะให้ คนนี้เป็นคนทำละ พอแม่ได้ยินผู้เขียนพูด ก็บอกว่า เนี่ยๆ คุยกับผู้ชายคนนี้ไม่รู้จักวาง หามรุ่งหามค่ำ ไม่เป้นอันเรียนหนังสือ ก็เลยสอนให้เรียนให้จบก่อน จับอาบน้ำมนต์รักษาให้ พญานาคก็บอกว่า ผมไม่มีร่างแล้ว จะให้ผมอยู่อย่างไร วันสองวันแรก พญานาคก็ยังไม่อภัย โกรธมาก ก็บอกพญานาคว่า ก็ไปทำกับพ่อเด็กซิ พญานาคก็บอกว่า พ่อมันแข็งทำอะไรพ่อมันไม่ได้ ต้องแก้แค้นเล่นลูกสาวแทน การอาบน้ำมนต์ก็เพื่อรักษาความเจ็บปวดของพญานาค และก็ถอนของหรือการทำของผู้ชาย ๓ วันอาการดีขึ้น การบิดตัวก็หายไปมาก ก็เห็นวิธีแก้ ให้สร้างพระพุทธรูปปางนาคปรกหน้าตัก ๕ นิ้ว และทำสังฆทานให้พญานาค วันที่ ๓ ก็เป็นวันพระ คนป่วยก็ไม่มาหา บอกว่าวันพระเขาไม่รักษากัน ดันรู้ดี สำหรับผู้เขียนไม่เว้นครับ รักษาคนป่วยทุกวัน ปรากฏว่าแม่คนป่วยก็ทำสังฆทานให้ที่บ้าน และไปถวายพระปางนาคปรกที่วัดโพสพแทน พอวันที่ ๔ ก็มาหาผู้เขียนอีก ก็ถามว่า ทำสังฆทานและสร้างพระนาคปรกให้แล้วน่าจะหายป่วย  ปรากฏว่าไอ้คนทำหรือสั่งฆ่า คือพ่อ ไม่ยอมทำสังฆทานให้และพระนาคปรกที่ทำ ก็ไปสร้างที่วัดเป็นพระที่เวียนเทียนกันทำสังฆทานไม่รู้ว่ากี่รอบต่อกี่รอบ ก็เลยต้องให้ทำสังฆทานสร้างพระอีกรอบ ให้ทำที่บ้าน ต้องให้พ่อ คนทำบาปทำกรรมาอธิษฐานให้เจ้าเวรนายกรราหรือพญานาค ยกให้ จึงหายปกติ เด็กสาวคนนี้ผู้เขียนก็บอกว่าให้ตั้งใจเรียนก่อน ปรากฏว่า มีรูปผู้ชายส่งมา รูปผู้หญิงก็ส่งไป เลยทำให้เสียประสาทเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ส่วนเรื่องตีงู ฆ่างู โดนมาหลายรายแล้ว รักษาไม่ถูกหลัก ก็เป็นบ้าเป็นบอ


มีจ่าพญานาคคนจับงูมาเยอะ เจอตัวใหญ่เข้าก็เอาไปให้พวกผัดเผ็ด พวกก็ตายไปก็มี อุบัติเหตุก็มี ตัวจ่ารักษากับพระกับเจ้า บวชให้ก็ไม่หาย รับขันธ์ครอบเศียรก็ไม่หาย ไม่รู้จักวิธีรักษา วิธีแก้ ก็รักษาไม่หาย มาเจอผู้เขียนรักษาให้ พญานาคบอกว่า ผมมีร่างแล้วจะทำอย่างไร ก็เลยบอกพญานาคว่า เจ้าจ่ามันทำบาปดีนัก เอาร่างจ่าทำประโยชน์ ก็เลยเป็นร่างทรง จ่าพญานาค ทุกวันนี้

ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โยกเป็นปี


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล
           
สมัยโน้นชอบไปนั่งปฏิบัติตามวัดมหาธาตุ วัดโพธิ์ ท่าเตียน หรือมีเวลาก็จะข้ามเรือไปนั่งวัดอรุณ จำได้ว่า มาวัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ บางทีก็ไปนั่งในโบสถ์หรือวิหารเล็ก ติดกับโบสถ์ใหญ่ เพราะโบสถ์เล็กมีคนมานั่งสมาธิกันไม่มากเท่ากับโบสถ์ใหญ่ วันหนึ่งก็ไปนั่งสมาธิ นั่งตั้งแต่สามโมงเช้าไปจนเกือบบ่ายโมง ก็ปรากฏว่า กำลังนั่งก็มีฌานส่งมากระทบอยู่ข้างหน้าผู้เขียน เป็นฌานพระแม่ทางอินเดียจะเป็นพระแม่ศรีอุมาเทวีเพราะทรงสิงห์โต ก็รู้ว่าเป็นพระแม่ปารวะติ นั่งอยู่ข้างหน้า ส่งมาบอกว่า ท่านปู่ช่วยร่างลูกคนนี้ที จึงลืมตามาดู ก็เห็นฌานพระแม่อุมาอยู่ในร่างผู้หญิงข้างหน้านี้นั่งสมาธิอยู่ แต่ร่างกลับโยกหน้าโยกหลัง อยู่อย่างนี้ จึงเพ่งจิตและกล่าวว่า ลูกสูดหายใจเข้าลึกๆ สักสามครั้ง และก็เพ่งจิตบอกพระแม่หรือองค์ที่นั่งอยู่ในร่างถอยออกก่อนจะให้ร่างนั่งสมาธิ แม่อุมาก็ถอยพร้อมกับสอนวิธีนั่งสมาธิ ให้จิตตั้งตรงปลายจงอยจมูก แล้วสูดหายใจเข้าช้าๆ และหายใจออกช้าๆ ให้ลมหายใจเข้าออกพอดีกัน ก็เพิ่งจิตสอนกำกับลมหายใจเข้าออกไปในตัวและก็นั่งคุมจิต อธิบายการทำสมาธิไปด้วย ได้ผลครับ ให้นั่งลำตัวตั้งตรง ไม่ให้เกร็ง สอนไปกำกับจิตคุมไปด้วยในตัว สักครู่ก็ปรากฏว่าร่างก็นั่งสมาธิได้แล้ว ก็ต้องกำกับลมหายใจไปด้วยจนเห็นว่าร่างหยุดโยก นั่งสงบแล้ว


จิตจับกำหนดลมหายใจ และก็คุมลมเข้าออกได้แล้ว ก็ให้ประคองลมไว้ให้สม่ำเสมอ นัยตาก็ยกมาจับกำกับลมหายใจไปด้วย ก็ปรากฏว่าได้ผลเร้วเกินคาดประมาณสิบนาที ก็นั่งเป็นแล้ว จับลมหายใจได้ดีแล้ว ก็ปล่อยให้นั่งไป เกือบสองชั่วโมง ผู้เขียนก็ลืมตาดู เพราะรู้ว่าร่างกำลังจ้องมองผู้เขียนอยู่ แล้วถามว่าเข้าใจหรือยังปฏิบัติสมาธิเขาทำกันอย่างนี้ แต่ร่างพระแม่อุมาหรือหญิงที่โยก กลับนั่งกราบพร้อมกับพูดว่า ขอบพระคุณพ่อปู่หรือท่านปู่มาก และก็เห็นผู้ชายที่นั่งสมาธิคู่กันกับร่างพระแม่ก็ก้มลงกราบด้วย ทีนี้สองผัวเมียก็เล่าให้ฟัง ผัวก็เล่าก่อน เมียผมนั่งสมาธิทีไร ก็จะต้องโยก โยกเป็นปีเลย ไม่รู้จะแก้อย่างไร ผมสอนวิธีนั่งก็แล้ว ก็ไม่หาย พาไปหาพระอาจารย์ผู้ฝึกสอนผมมา ก็ไม่หาย ก็ถามว่า คุณเอาจิตตั้งไว้ตรงไหนละ พุทโธ ต้องเอาจิตตั้งไว้ตรงปลายจงอยจมูก เวลาหายใจเข้าออก จะจับลมได้ง่ายกว่า ไม่ใช่ไว้ที่ใจ แล้วเอาไปให้อาจารย์แก้ล่ะ ท่านทำอย่างไร สามีก็บอกว่า สอนอย่างไร ให้ทำอย่างไรก็ฉก้ไม่ได้ ต้องโยกอีก ก็บอกว่า พรมน้ำมนต์ ก็แก้ไม่ได้ ไปสวดพิธีก็ไม่หาย แม้แต่อาจารย์ก็แก้ไม่หาย 

ผู้เขียนก็บอกว่าที่แก้ไม่ได้เพราะไม่รู้วิธีแก้ ถึงจะรู้วิธีแก้ก็ต้องมีบารมีถึงจะแก้ได้ นี่ไม่ใช่การทำสมาธิ อาการอย่างนี้เป็นเรื่องขององค์หรือเทพเทวดาประจำกาย ที่โยกๆ นั้นคือองค์ ร่างนี้มีองค์พระแม่ศรีอุมาทรงสิงโตหรือเรียกปางปารวะติครับ ชายาพระศิวะ องค์พระแม่จะลวทรงน่ะซี นับวันก็จะยิ่งโยกยิ่งสั่นโยกรุนแรง เจ้าสามีรีบบอก ครับๆ จริงๆ ผมกลัวหัวจะเหวี่ยงหลุดจากคอ มาปฏิบัติที่วัดจะไม่รุนแรงเท่าที่บ้าน วันนี้ก็เพิ่งมาวัดนี้ครั้งแรก ก่อนมาก็ฝันว่า มีผู้หญิงแขกสวยงามมากขี่สิงโตมาบอกกับเมียผมว่า พรุ่งนี้ให้ไปวัดข้ามธรรมศาสตร์นะ จะเจอท่านปู่ จะช่วยร่างได้ และบอกด้วยว่าต้องมาตอนเช้าไปรอในโบสถ์เล็ก ก็มาตามฝันที่แม่อินเดียบอก และจริงๆ อย่างในฝันที่เห็น จึงมาถูก ก็มารอตั้งแต่สี่โมงเกือบห้าโมงเช้า จึงเดินมานั่งข้างหน้าท่านนี่แหละ มันมีที่ว่าง แถมมีผู้ชายแต่งชุดขาวมานั่งเด่นอยู่คนเดียว เล่าไปก็มองหน้าไป ยิ้มไป ได้ยินเสียงผู้หญิงอินเดียแต่งสาหรีบอกว่า นั่งตรงหน้าท่านปู่ท่านนี้แหละ ท่านจะลืมตามาช่วยเอง แปลกครับ เมียผมเล่าไปอย่างกับตาเห็น และผมก็เห็นท่านลืมตามาพูดให้องค์แม่ถอย และสอนวิธีนั่งสมาธิ เพ่งดูเมียผลและพูดไปสอนไป ผมก็สงสัยว่าทำไมสอนไม่เหมือนพระอาจารย์ของผม ก็เลยพิสูจน์ ฟังไปทำตามไป แปลกครับจิตมันทำได้เร็วกว่า นั่งได้เร็วกว่า ทำตามที่ท่านบอก ก็เห็นเมียผมนั่งนิ่งไปแล้ว ผมก็นั่งตาม ปรากฏ เข้าใจปั๊บมันทำได้ปั๊บเลย เสียเวลาไปเป็นปีๆ แม้แต่เมียผมก็โยกมาเกือบสองปีเต็มๆ เพิ่งมาเจออาจารย์ปู่นี่แหละ ถึงได้รู้ ก็บอกให้เมียทำสมาธิดูสิ ปรากฏว่าก็ทำได้โดยไม่โยก เจ้าผัวก็บอกว่า โอ้โฮวิธีของอาจารย์ฝึกจิตให้สงบได้เร็วและดีด้วย ปีสองปีก็ไปได้ไกลแล้ว ผมก็มาติดตรงที่ไม่รู้ที่ตั้งของจิต เมียก็มาติดเรื่ององค์ เลยเสียเวลาไปสองปีกว่า ก็อธิบายเรื่ององค์ปฏิบัติได้ดีแล้ว ก็ไม่ต้องไปรับขันธ์กับใคร ใช้ฌานสมาบัติหรือสมาธิเป็นฐานรองรับ ปฏิบัติมากๆ ก็เป็นกายทิพย์ องค์ทิพย์ไปเลย ส่วนคุณให้สวดชินบัญชรประจำไหว้หลวงปู่โต พรหหมรังษี ต่อไปจะทำอะไร องค์พระแม่ องค์พรหมรังษี จะมาแนะและสอนพวกคุณเอง อย่าผิดศีลข้อกาเมกับข้อสุรา และก็ห้ามกินเนื้อวัวเนื้อควาย เล่นเอาสองคนผัวเมีย บอกแทบไม่น่าเชื่อจะหายปกติในวันเดียว แล้วเรื่องต่างๆ ที่องค์พระแม่บอกจริงและตรงทุกอย่าง แนะเรื่องราวปฏิบัติให้เข้าใจ เรื่องผัวเมียต้องขออนุญาตพระแม่ก่อน จะกินอะไรก็ให้เกียรติครูกินก่อน ก็บอกว่าคนเราจะโชคดีก็เจอกันง่าย พอหันไปดูรอบๆ ปรากฏว่า มีคนมาฟังกันเต็มไปหมด เรพาะพวกเขาเห็นตอนผู้เขียนช่วยผู้หญิงตั้งแต่โยกโยก จนนั่งนิ่งเป็นปกติ เรือ่งองค์เรื่องฌาณจึงต้องมีองค์ใหญ่ๆกว่ามาเปิดมาช่วย ถึงจะแก้ไขได้ ถ้าใครฝึกสมาธิสูงๆ และมีองค์ใหญ่ๆ จะช่วยพวกประเภทนี้ได้ 

ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า