วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562

ยมทูต


                                                                                                                               โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

ไหนๆ จะเขียนเรื่องจิต-วิญญาณแล้ว อะไรที่ผู้เขียนประสบมาด้วยตัวเองจากการฝึกสมาธิ สมถะ๔๐ และวิปัสสนา จากหลักปฏิบัติสมาธิแบบอานาปานะสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก ตามหลักของท่านท้าวมหาพรหมส่องโลก ผู้เขียนเรียกว่าท่านปู่ มีหน้าที่คอยดูแลชาวโลก ดูแลพระพระพุทธศาสนา จึงผลิตบรรดาผู้ปฏิบัติสมาธิมาช่วยเหลือพระพุทธศานาอีกแรงหนึ่ง ท่านสอนวิธีฝึกสมาธิอย่างเดียว นั่งให้รู้นั่งให้เห็นเรียนด้วยจิต วิชชาทั้งหลายของผู้เขียนจึงเกิดจากอำนาจจิตของสมาธิ หลวงพ่อปานก็เก่งเพราะจิต จึงเป็น”ไอดอล”ให้ผู้เขียนนำมาใช้ด้วยการฝึกจิตและก็เกิดวิชชาความรู้ด้วยจิตจริงๆ ของท่านเพราะพระพุทธเจ้าก็สำเร็จด้วยอำนาจจิตจริงๆ ก็เอาคำนี้มาพิจารณาเรื่องการปฏิบัติสมาธิแล้วก็นับว่าเป็นบุญพา วาสนานำพาให้ได้ท่านปู่หรือท้าวมหาพรหมส่องโลกแอบมาฝังในจิตของเรา จึงทำให้รู้เรื่องสมาธิได้รวดเร็ว เพียงชั่วคืนเดียวก็นั่งสมาธิได้อุปจาระสมาธิ แถมได้พิเศษนั่งเห็นตัวเรา กายเรา เพ่งต่อจนถึงเพ่งอากาศไม่มีที่สิ้นสุด หรืออากาสานัญจายะตะนะ ฌาน๕  แล้วจึงมาค้นหาวิธีว่าเราปฏิบัติสมาธิอย่างไร ถึงเพ่งอากาศได้ไม่มีที่สิ้นสุดในปีพ.ศ.๒๕๑๑ และก็ค้นอานาปานะสติ กำหนดลมหายใจให้สงบได้อย่างไร จึงรู้ว่าลมหายใจสงบ จิตสงบ ตา(หลับ)สงบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือตัวสมาธิแท้จริงหรืออุปจาระสมาธิ  จิตเป็นเอกัคคะตา ตาเป็นอุเบกขา เพ่งจิตกับตามาเป็นหนึ่งเดียวคือจตุตถฌาน

อุปจาระสมาธิคือสมาธิแท้จริง เพราะสมาธิฝึกทุกวันมันก็เกิดเป็นอัปปนาสมาธิยิ่งเกิดตัวรู้ตัวเห็นมากขึ้น ก็จะเห็นเรื่องวิญญาณชัดเจน  วิญญาณในที่นี้ไม่ว่าจะเป็นสัมภะเวสีหรือผีพเนจรหรือโอปปะติกกะที่เป็นเทพ-พรหม เมื่อท่านปฏิบัติระดับนี้แล้ว อย่าว่าแต่วิญญาณที่ไหนก็สามารถเห็นได้ จะเป็นวิญญาณที่มาจากนรกหรือสวรรค์ก็สามารถรู้และเห็นได้ แค่อุปจาระสมาธิหรือจตุตถะฌานก็สามารถเห็นวิญญาณต่างๆได้ ตายแล้ววิญญาณไปอย่างไร ไปไหน จะรู้ละเอียดหรือเห็นละเอียด ก็อยู่ที่อำนาจจิต ตามชั้นตามฌานที่ปฏิบัติ ใกล้-ไกล นรก-สววรรค์ เมื่อท่านสมาธิก็เปรียบเหมือนได้สมาธิ ตาทิพย์ หูทิพย์ ก็จะสามารถเห็นได้สารพัดผี สามารถเห็นกายตัวเองกายคนอื่น นอกจากจะพยายามคืนคว้าเรื่องจิตเรื่องวิญญาณแล้ว อยากจะดูอะไรอีกล่ะ เทวดาตามต้นไม้ วิญญาณตามศาลต่างๆ ที่ต่างๆ โรงพยาบาล ตามวัดวา อยากดูผีหรือเทวด เพีนงแต่ท่านเข้าใจวิธีใช้จิตให้เป็นประโยชน์ ท่านก็จะรู้เห็นด้วยตัวเอง อยากเห็นชัดก็ฝึกจิตให้”ธิ” เพิ่มขึ้นอีก แล้วแต่ความเพียรความอุตสาหะ ท่านต้องหัดฉลาดหัดค้นคว้าด้วยจิตจึงจะเก่ง หัดเพ่งจิตให้ ธิ ธิ ธิ ก็จะเห็นชัดเจนเองครับ   

ลองกำหนดจิตเพ่งดูในงานศพก็ได้ ยิ่งตอนรอรดน้ำศพท่านก็จะเห็นวิญญาณมาป้วนเปี่ยนอยู่กับศพนั่นแหละ ยิ่งตอนตายใหม่ๆ วิญญาณจะออกจากร่างอย่างไร เป็นรูปร่างคนตายหรือดวงวิญญาณ ถ้าจิตเป็นจะเห็นทั้งนั้น วิญญาณล่องลอยอย่างไร เหมือนดูทีวีหรือโทรภาพและยิ่งตอนแขกมาในงานก็จะเห็นวิญญาณเหมือนตัวคนเป็นๆ ที่แต่งตัวไว้กับศพนั่นแหละ ถ้ามีบุญหรอเป็นผู้ปฏิบัติก็เหมือนตัวคนเป็นๆออกมาต้อนรับแขกที่มางานศพและทักทายแขกและเพื่อนฝูง ขอบคุณแขกบ้าง และทักทายถามเพื่อนคนนู้นคนนี้ไม่มาหรือ และก็พาไปนั่งที่ พอถึงเวลาพระสวด วิญญาณก็จะเดินไปนั่งหน้ารูปศพพนมมือฟังสวดและเวลาสวดจบวิญญาณก็ออกมาขอบคุณแขกและส่งแขก แต่ผู้ไม่ปฏิบัติสมาธิจะไม่เห็นเรื่องพิเศษเหล่านี้ บางครั้งไปดูตั้งแต่รดน้ำศพก็เห็น เสร็จพิธีแล้วกลับไปเจอวิญญาณมายืนตรงมุมสี่มุมหรือสี่ทิศ ก็สงสัยจึงเพ่งดูว่าเป็นใครก็พบว่า วิญญาณที่ยืนทั้งสี่ทิศก็คือยมทูตนี่เอง รูปร่างหน้าตาก็เหมือนเงาะป่าตัวดำผิวดำ นุ่งผ้าเตี่ยว แขนขาเปล่าเปลือย ก็สงสัยว่ามายืนประจำทิศทำไม ก็ได้รับคำตอบว่า มารอรับวิญญาณหรือร่างคนตาย ก็ดูซิว่ายมทูตทั้งสี่จะจับวิญญาณอย่างไร พอวิญญาณออกจากร่าง ซึ่งเหมือนมันซ้อนตัวอยู่ก็เป็นภาพรูปร่างลุกจากศพ แล้วยมทูตทั้งสี่ก็ประกบหรือเกาะกุมวิญญาณ ก็ร้องอ้อในใจ มันเป็นเช่นนี้ พอจับกุมวิญญาณแล้วก็พาเดินคุมตัวไปแบบนั้นแหละ จิตก็ยังสงสัยว่า คนตายหนึ่งคนมียมทูตตั้ง๔ ตนจับแบบนี้แล้วตายหลายๆศพ จะเอายมทูตมาได้หมดอย่างไร   นึกว่ายมทูตมีแค่ ๔ตน ทีนี้ไปงานศพที่ไหนก็นั่งสมาธิเพ่งจิตดู ถึงได้รู้ว่ามีทุกแห่ง รูปร่างวิญญาณแตกต่างและเครื่องแต่งตัว เครื่องประดับก็แสดงถึงชั้นหรือยศคล้ายแบบนั้น บางครั้งก็เดินมาจากใต้พื้นดินก็มี

ลูกศิษย์ผู้เขียนชื่อ ประชา ยิ้มพรพิพัฒน์ผล หรือเจ้าหัวล้าน ชอบโกนหัวเป็นประจำ ชอบทำบุญประจำ และจะทำบุญอุทิศให้พ่อแม่ที่ตายทุกปี ก็ชวนผู้เขียนไปด้วย ไปพักโรงเจใกล้วัดสัมประทุน ปรากฏว่าในวัดมีทำพิธีทางจีน เครื่องเซ่นไหว้เป็นโต๊ะยาวเหยียดประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร และสองข้างถนนจะมีเสื่อปูตลอดทั่วบริเวณ พิธีไหว้เซียนก็ประมาณ ๔-๕ทุ่ม ผู้เขียนก็ไปนั่งบนเสื่อ รอดูเซียนเสด็จมา ก็นั่งสมาธิเพิ่งได้ขั่วโมงเดียวเจ้าประชาก็มานั่งด้วยและถามผู้เขียนว่า ช่วยดูแม่ผมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้เขียนก็บอกเจ้าประชา นั่งอยู่ตั้งนานแล้วเพิ่งมาบอก แต่พอหลับตาดูก็เห็นถนนที่เซียนจะเดินก็เปิดเป็นถ้ำลึกลงภายในใต้ดิน เห็นเป็นทางยาวลึก ก็บอกเจ้าประชาว่า “แม่”เจ้าอยู่ในนรกอีกสองปีจึงจะพ้น ส่วนพ่อเจ้ากระดูกอยู่ที่นี่เป็นเซียนไปแล้วเมื่อสามปีก่อน พูดยังไม่ทันขาดคำเรื่องแปลกก็เกิดขึ้น เห็นส่วนลึกของอุโมงค์ใต้ดิน รถจิ๊ปวิ่งเข้าได้ สุดทางอุโมงคืเห็นมีคนสามคนเดินขึ้นมาจากใต้อุโมงค์จนมาถึงทางขึ้น มีผู้ชายตัวใหญ่ผิวดำนุ่งผ้าเตี่ยว ร่างกำยำใหญ่กว่าผู้เขียนสองเท่า เหมือนคนเราปกตินี่แหละ หิ้วปีกผู้หญิงแกมประคอง ซ้าย-ขวา พอมาถึงตรงหน้าผู้เขียน ยมทูตสองตนก็ส่งเหมือนโยนขึ้นมาตรงหน้าผู้เขียน ทำนองผลักขึ้นมาแล้วก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในอุโมงค์ทอดยาว พร้อมกันนั้นถนนก็เลื่อนปิดเอง

พอมามองผู้หญิงที่ถูกผลักหรือโยนขึ้นมาก็เห็นรูปร่างหน้าตาได้ชัดเจน ก็ถามว่าแม่เจ้าตัวเตี้ยๆ หัวโหนกอย่างนี้ แต่มีรอยบุ๋มกลางหน้าผากใช่มั้ย เล่นเอาเจ้าประชาตกใจ ผู้เขียนก็พูดต่อ แม่เป็นอัมพาตตายใช่มั้ย ขึ้นมายินตรงหน้านี้แล้ว บอกว่า ลุกขอเสื้อผ้ากับอาหารให้แม่ เท่านั้นเจ้าประนั่งกราบตรงหน้ารู้ว่าแม่ขึ้นจากนรกแล้ว เจ้าประชาจะไม่ตกใจได้อย่างไร เมื่อผูเขียนบอกพ่อเจ้ากระดูกก็อยู่ที่นี่เป็นเซ๊ยไปแล้วเมื่อสามปีก่อน แม่ตกนรกอีกสองปีถึงจะพ้น แต่นี่พอรู้ว่าแม่สามารถขึ้นจากนรกก่อนกำหนดสองปีได้ ไม่ตกใจหรือดีใจได้อย่างไร และแถมบอกลักษณะของแม่ได้ถูกต้องอย่างกับเห็นจริงๆ

นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เห็นยมทูต หน้าที่ของยมทูต ตามจับดวงวิญญาณไม่พอ ยังพาดวงวิญญาณไปส่งเขต โลกมนุษย์กับสวรรค์อีกด้วย แต่ยมทูตเหล่านี้แต่งทรงดีหน่อย หน้าที่ของยมทูตก็แบ่งกัน พวกไหนจับวิญญญาณลงนรกก็พาไป พวกไหนเอาวิญญาณในนรกส่งขึ้นมาโลกมนุษย์ก็แบ่งกันไป พวกไหนมีหน้าที่ทำโทษก็แบ่งกันไป เหมือนเข้าคุกนั่นแหละ ต้องถามพวกที่เข้าคุกมาเป็นอย่างไรบ้าง ติดคุกก็เหมือนใช้กรรม  คนไม่ปฏิบัติก็ไม่รู้ว่านรก ก็คือคุกของคนเราโลกเราธรรมดาๆนี่เอง ออกจากคุกออกจากนรกยังมาทำกรรมทำชั่วอีกก็เข้าคุกไปใช้กรรมต่อ ก็คงมีคนสงสัยว่า “ทำไมคนเราตาย” ยังมีวิญญาณร่อนเร่อยู่อีกหรือ ไม่เข้าไปอยู่ในนรกไปใช้กรรมหรือว่าถูกจับไม่ไหมด หรือว่ายมทูตมีน้อย เปล่าหรอกครับ บางวิญญาณตายแล้วมีวคามดมีบุญยมทูตจึงไม่จับต่างหาก บาป-กรรมมีไม่พอจะเอาไปใช้กรรม มิน่า วิญญาณจึงเร่ร่อนอยู่ในโลกมนุษย์เป็นจำนวนมาก เพราะบุญกุศลและบารมีค้ำจุนนี่เอง ท่านไหนทำความดีสร้างแต่กุศล ยมทูตก็มารอรับนะครับแต่พาไปส่งแดนสวรรค์ ถ้าทำชั่วก็ส่งลงนรก นี่เป็นเหตุผลจริงๆครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562

พระราหู



โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

ดวงชะตาของท่าน ปีนี้ราหูเสวยอายุ ต้องบูชาเครื่องสังเวยสีดำแปดอย่าง ส่งพระราหู รับพระราหู ก็แล้วแต่บรรดาอาจารย์หรือท่านหมอดูจะทำนายทายทัก ต้องสะเดาะเคราะห์ ตั้งเครื่องสังเวย แล้วแต่อาจารย์จะให้ทำ ผู้เขียนก็ชอบดู ชอบศึกษา ดูวิธีไหว้ พิธีเชิญกันก็อยากรู้ว่าพระราหูเป็นอย่างไร ไหว้กันอย่างไร เชิญกันอย่างไร พระราหูมีรูปร่างอย่างไร ที่เขาว่ากันมาและมาพระราหูเป็นยักษ์ สมัยเด็กๆหรือสมัยโบราณพอเดอนไหนพระจันทร์กำลังส่องสว่างหรือจันทร์วันเพ็ญ เกิดมืดกระทบกัน เขาก็ว่ากันว่า ราหูอมจันทร์ แต่มองดูก็ไม่เห็นมียักษ์มาอมจันทร์สักที พอมาปฏิบัติสมาธิเห็นผี เห็นเทวดา เห็นยักษ์ เออมีจริงๆ และบรรดายักษ์ทั้งหลายก็อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกา ก็ค้นคว้าด้วยสมาธิจิตแค่ระดับอุปจาระสมาธิ อัปปนาสมาธิ นี่แหละก็ไปพบเห็นเรื่องวิญญาณที่บ่อปลาบ่อกุ้ง เพราะเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งมันตายหมด เจ้าของบ่อหรือชาวบ้านก็บอกว่า ห่ามันกิน ห่ามันลง เราก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องห่าเรื่องเหว หรืออาจเป็นโรคกันทั้งบ่อ ก็ลงทุนไปพิสูจน์ นั่งสมาธิดูสาเหตุการตายของปลาของกุ้ง ก็เกิดเรื่องน่าแปลกขึ้น กลับไปเห็นยักษ์อ้าปากมือโอบบ่อ มันกินปลากินกุ้ง ก็ร้องในใจว่า เฮ้ยมีหรอวะ ยักษ์มันจะลงมากินกุ้งกินปลา มันอ้าปากโอบกินแบบราหูนั่นแหละ ก็กำหนดจิตเอาน้ำมนต์ไล่เจ้ายักษ์ตัวนั้นก็หายไป และพอคราวต่อไป ให้บวงสรวงเทวดาประจำปีที่นาและบ่อ ก็ไม่เคยเห็นยักษ์หรือห่ามาลงกินปลากุ้งอีกเลย

ก็ต้องโทษผู้เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา ไม่รู้จักไหว้เจ้าที่เจ้าของนา และก็ไม่ช่พบเห็นที่เดียว ยังพบอีกเยอะ เพราะถูกเชิญไปทำพิธีบ่อย นี่ก็เป็นเรื่องของยักษ์ จะเป็นราหูหรือไม่ราหูก็พิจารณาดู ก็ยังชอบดูบรรดาอาจารย์จะเป็นฆราวาสหรือภิกษุสงฆ์ทำพิธีไหว้พระราหู ก็ดูซิว่า เพพ-พรหม หรือเทวดาชั้นไหนจะเสด็จลงมากันบ้าง แม้แต่ยักษ์ ท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวรณจะเด็จมากันไหม แล้วพระราหูล่ะเป็นยักษ์ชั้นไหน ก็ไม่เคยเห็นพระราหูสักทีจะได้อธิบายให้คนอยากรู้ฟัง ที่วัดพระธรรมจักร บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก็เห็นยักษ์นั่งโอบเขาพระธรรมจักร ยักษ์วัดแจ้ง ยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดพระแก้ว  มีหุ่นมีตัวตนให้เห็น นั่งสมาธิก็เห็นยักษ์ปรากฏเพราะตามเทพเทวดา ตามหลังพระพุทธเจ้าทุกวันพระ แต่ก็ไม่เคยเห็นว่ายักษ์ตนไหนเป็นพระราหู รู้แต่ว่าในตำราหมอดูมีเรื่องพระราหูเสวยอายุ ตำราบอกว่า คนเกิดวันพุธตอนกลางคืนเป็นราหู ชะตาปีไหนมาครบรอบ ราหูกำลัง ๑๒ ก็ให้สะเดาะพระเคราะห์ให้ไหว้ของดำหรืออาหารสีดำ และก็ฝึกตำราหมอดู แต่งตำราหมอดู กํรู้ว่า พระเคราะห์มีอะไรบ้าง พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัส พระศุกร์ พระเสาร์ และก็นับคนที่เกิดพุธกลางคืนเป็นพระราหู แยกออก มีพระเกตุ ก็เป็น ๙ หรือเป็นดาวนพเคราะห์ เอาพระเคราะห์หรือนพเคราะห์มาค้นคว้าหมอดู จัดเป็นมหาทักษา เลข ๘ มาแทนพระราหู จึงครบธาตุทั้งสี่ อาทิตย์๑ เสาร์๗ ธาตุไฟ จันทร์๒ ธาตุดิน พฤหัส๕ ธาตุดิน วันพุธ๔ธาตุน้ำ กับวันศุกร์๖ธาตุน้ำ และอังคาร๓ธาตุลม ก็เอา๘ มาเป็นธาตุลมจับคู่กัน เลข๑ อาทิตย์ธาตุไฟคู่กับเสาร์๗ธาตุไฟ

เลข ๑ กับเลข ๗ เป็นพระคู่ธาตุไฟเป็นพระให้โทษ อังคาร๓ ธาตุลมก็จับคู่๘ราหูเป็นธาตุลม ก็จัดเป็นพระให้โทษ เลข๒จันทร์ธาตุดินจับคู่พฤหัส๕ธาตุดิน เป็นพระให้คุณ แต่กลับเป็นพระศัตรูกัน พุธ๔ธาตุน้ำจับคู่กับศุกร์ธาตุน้ำ เป็นพระให้คุณ จัดแบ่งเป็นพระให้คุณคือ ๒, ๔, ๕, ๖ จันทร์ พุธ พฤหัส ศุกร์ ถือเป็นพระให้คุณ ส่วน ๑, ๓, ๗, ๘ อาทิตย์ อังคาร เสาร์ ราหู เป็นพระให้โทษ ลมลมไฟไฟ แล้วก็บัญญัติหรือวางการแก้พระต่างๆไว้ ถ้าพระอะไรเสวยอายุก็ให้สร้าง เช่น พระอาทิตย์เสวยอายุก็ให้สร้างพระพุทธรูปปางถวายเนตร พระอังคารก็ปางไสยาสถ์ พระจันทร์ก็ปางห้ามญาติ พระพุธก็ปางอุ้มบาตร พระพฤหัสก็ปางสมาธิ พระเสาร์ก็ปางนาคปรก พระศุกร์ก็ปางรำพึง พระราหูก็สร้างปางป่าเลไลย์ หรือพระเกตุเสวยอายุก็ให้สร้างพระปางมารวิชัย แล้วก็มีพระปริตรสวด จะครบสูตรก็ถวายสังฆทานแห้ง สังฆทานสด พร้อมพระประจำวันก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์

แต่พวกรู้มาก พวกเจ้าเข้าทรงหรือหลงบ้าไปกับพวกลัทธิต่างก็แปลงเป็นถวายของดำ ๘อย่าง จะให้บ้าหนักก็ต้องแต่งชุดดำไปด้วย ยิ่งพวกดัดจริต เห่อเจ้าเข้าทรง เห่ออาจารย์ พวกนี้จะถูกหลอกให้บ้าเสียเงินเสียทองไปกันเยอะ ใครเชื่ออะไรก็เชื่อกันไป ความจริงเป็นเรื่องของพระเคราะห์ เอามาอ้างหากินไปตามเรื่องตามราว พวกหลงงมงายหารู้ไม่ว่าความจริงนั้น พระเคราะห์พระอะไรก็ตาม จะให้โทษหรือให้คุณก็ขึ้นอยู่กับดวงชะตาแต่ละคนเป็นหลัก พระเคราะห์ต่างๆก็เป็นได้ทั้งให้คุณและให้โทษ ดวงชะตาของคุณไม่เหมือนกัน พระให้คุณก็ให้โทษ โทษหนักโทษเบา ก็อยู่ในดวงชะตาเป็นหลัก ถ้าพระให้คุณแล้วดวงชะตาให้คุณก็ถือว่าดีมาก  แต่ถ้าพระให้โทษดวงชะตาให้โทษก็โดนสองเด้งหนัก ถ้าพระให้โทษกลับดีก็ถือว่าดี จะสะเดาะเคราะห์กัน พระให้คุณแต่ให้โทษก็แก้กันไปสร้างพระพุทธรูปปางนั้นถวายสังฆทานก็แก้ได้ ถ้าให้โทษมากก็เพิ่มพระขนาดใหญ่ขึ้น  พระให้คุณมาเสวยอายุก็สร้างพระปางนั้นถวายพร้อมสังฆทานก็เพิ่มบารมีได้อีก ถ้าพระเสวยอายุไม่ว่าจะเป็นพระให้คุณหรือพระให้โทษ เป็นดวงชะตาปีที่ วินาส มรณะ กรรม และกาลี ครบ ๓ใน ๔ ดวงซวยหรือดาวร้าย ก็จงจำไว้ต้องสร้างพระเคราะห์ดวงนั้นถวาย จะแก้หนักเป็นเบาหรือพ้นเคราะห์ได้

ผู้เขียนปฏิบัติสมาธิค้นคว้าตำราต่างๆมามาก จนเข้าใจความจริง จะแก้ทุกข์แก้กรรม แก้บาปหรือจะล้างบาปล้างกรรม หรือจะพ้นเคราะห์หรือพระเคราะห์อะไรก็ตาม ต้องสร้างพระพุทธรูป จึงจะแก้ได้หมดอานุภาพสร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตักต่างๆ ก็สามารถแก้ได้ถ้ารู้ว่า พระพุทธรูปหน้าตักขนาดไหนที่พระเคราะห์ต้องการหรือเจ้ากรรมนายเวรต้องการ ก็สามารถแก้ได้สารพัด แต่คนเราไม่รู้เอง และที่แก้ไม่ได้ก็เพราะบรรดาอาจารย์ เกจิอาจารย์แต่ละท่านนาจจิตบารมียังไม่ถึง จึงไม่เห็นวิธี เราชาวพุทธก็มัวแต่อ้างกรรมเป็นหลัก หารู้ไม่ว่าบารมีพระพุทธเจ้า ก็สามารถแก้ได้สารพัด มิน่าบรรดาคนป่วยไปหาพระหาเจ้าแล้วรักษากันไม่หาย ผู้เขียนถึงกลับร้อง อ้อ อาจารย์หมอพระหมอผีบ่มีไก๊ ไม่รู้จริง ไม่เห็นจริงนี่เอง รักษาไม่ได้ก็โทษกรรม นั่งสมาธิไม่ได้ก็โทษจริต เมื่อไหร่จะหายโง่หายงมงายและหายสอนกันผิดๆ ก็เลยลงมติว่า กรรมแท้ๆ กรรมจริงก็คือ คนมีทุกข์หลงไปเชื่อผู้ปฏิบัติไม่เป็น ก็หลอกกันไป หมดเคราะห์หมดตัวหรือตายเมื่อไหร่จึงจะหมดเคราะห์ ก็ต้องโทษคนมีกรรมนั่นแหละ ถ้าไปพบศิษย์ตถาคตที่แท้จริง ก็จะเห็นเคราะห์เห็นกรรมที่เป็นตัวก่อกำเนิด ถึงจะแก้ได้

เพราะมัวแต่โทษเคราะห์โทษกรรมหรือบุญบันดาลและก็ไปเจอแต่พวกสำนัก ตำหนัก หรือวัดที่มีอลัชชี ทุศีล อาศัย จึงไม่มีวิธีรักษา ยิ่งทุกวันคนมีเคราะห์ก็ดวงซวย ไปเจอพวกทุศีลหรืออลัชชี ปัจจุบันก็แอบอ้างมาอาศัยหากินทั่วๆไป ก็เลยซวยกันสะสมเคราะห์ต่ออีก

หากผู้ใดปรารถนาจะหมดเคราะห์หมดกรรม ก็เร่งสวดมนต์ภาวนา เจริญสมาธิ ก็จะพบแสงสว่างได้เร็ว ผู้เขียนขนาดปฏิบัติและผจญมามาก ปราบไปก็มาก ร้องได้อย่างเดียวคือ โอ้โฮ เดี๋ยวนี้อลัชชี ทุศีล ผ้าเหลือง ผ้าวขาว กลับมาตั้งสำนัก ตำหนัก ตามวัดกันยิ่งกว่าดอกเห็ดเสียอีก มาหากินกันทั่ว เลยแทบไม่รู้ว่า พระจริง พระปลอมหรืออลัชชี มันเลียนแบบได้เหมือนมาก ถ้าไม่เก่งสมาธิจริงๆจับไม่ได้ มิน่าปัจจุบันหลงให้เคารพกัน ผลสุดท้ายกว่าจะจับได้ คนที่หลงไปเคารพนั่นแหละ คือคนมีเคราะห์และก็มีกรรม สะเดาะเคราะห์ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเตา ปล่อยกบได้บุญ ไปยืนดูปล่อยกบลงสระก็ถูกปลากินถูกนกกิน ก็รอวันตายอย่างเดียว คนเราโง่นึกว่าปล่อยแล้งปล่อยไปได้บุญ ความจริงบุญจริงก็คือการปฏิบัติถึงจะถูกต้อง