โดย
ศิษย์ส่องหล้า
เช้าวันที่ 15 มี.ค. 2564 ปู่สงค์
สวนพุฒตาล จากไปอย่างสงบ เหลือไว้เป็นความอาลัยจากลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย
เหลือไว้เป็นความรู้ที่ท่านได้สั่งสอนเรื่องการเจริญอานาปานสติ เรื่องราวลี้ลับทั้งหลายที่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหน
และเคล็บลับต่างๆ ในการปฏิบัติตนให้เป็นคนเหนือดวง ถึงแม้ท่านจะประสิทธิ์ประสาทวิชาหมอดูให้ข้าพเจ้า
แต่ท่านสอนเสนอว่า ดวงก็คือส่วนหนึ่งแต่เราสามารถทำให้เป็นคนเหนือดวงได้
นั่นหมายความว่า ตำราหมอดูหรือจะสู้การปฏิบัติตนตามหลักพระพุทธศาสนาได้
ท่านเคยพูดกับพี่หนูนาเป็นลูกศิษย์ที่คอยดูแลยามท่านป่วยว่า
หากท่านไม่สบายแล้วข้าพเจ้าจะรู้สึกไม่สบายด้วย หรือหากข้าพเจ้าไม่สบายแล้วท่านจะรู้สึกไม่สบายเหมือนกัน
ตอนแรกข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องนี้คือเรื่องบังเอิญ แต่มาทบทวนหลังจากที่ท่านได้จากไป
จิตสื่อถึงกันได้ เป็นจริงอย่างที่ท่านได้พูดไว้
ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
2564 ท่านเข้ารับการผ่าตัดชิ้นเนื้อโดยวางยาสลบ
ระหว่างการผ่าตัดจะเริ่มขึ้น หมอแจ้งว่าชีพจรของท่านเบามาก
“หมอบอกว่าชีพจรปู่เบามาก
พี่ใจคอไม่ดี แล้วพี่จำได้ว่าปู่เคยบอกว่า จิตนกกับปู่สื่อถึงกันได้ นกช่วยนั่งดูให้หน่อยได้มั้ย
แล้วขอปู่ท้าวมหาพรหมส่องโลกให้ปู่สงค์ไม่เป็นอะไร กลับมาเขียนเรื่องราวของแกตามที่ตั้งใจได้อีกนะ” พี่หนูนารีบโทรมาหาข้าพเจ้า
“ปู่คงเข้าฌานอยู่
ชีพจรเลยเบาน่ะพี่” ข้าพเจ้าตอบ
“ได้ๆ
เดี๋ยวนั่งดูให้นะ” ข้าพเจ้ารีบตอบกลับไปเพื่อให้พี่หนูนาคลายความกังวล
แต่ในใจนั้นข้าพเจ้าคิดว่าเรานั่งยังไม่เก่งเลย
จะรู้จะเห็นเหตุการณ์อะไรบ้างมั้ยหนอ
ข้าพเจ้านั่งหลับตา
กำหนดจิตเพ่งไปที่ตั้งของจิต ตามที่ท่านได้สอนไว้ เพียงครู่ข้าพเจ้ารู้สึกอยากจะร้องไห้
ผ่านไปอีกแป๊บเดียวมีความรู้สึกดีใจตามมา ในจิตของข้าพเจ้ามันดังขึ้นมาเองว่า อ้าว
ปู่ยังอยู่นี่ เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่าท่านยังอยู่
ข้าพเจ้าจึงขอปู่ท้าวมหาพรหมส่องโลก ขอให้ปู่ได้อยู่ต่อ เพื่อเขียนเรื่องราวต่างๆและทำนุบำรุงศาสนาตามที่ท่านตั้งใจไว้
คืนหนึ่ง ต้นเดือนมีนาคม
2564 ข้าพเจ้าตื่นมากลางดึก เหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลาตีสาม
ไม่รู้สึกงัวเงียอยากนอนต่อ นอนหลับตาอยู่อย่างนั้น มองนาฬิกาครั้งสุดท้ายเป็นเวลาตีสี่กว่า
จนผลอยหลับไป ตอนเช้าข้าพเจ้าโทรไปเล่าให้ท่านฟังว่า เมื่อคืนข้าพเจ้าตื่นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับ
ท่านตอบมาว่า คงกระทบกับญานอะไรเข้า ไม่มีอะไรหรอก จากนั้นพี่หนูนารับมือถือแอบมาคุยกับข้าพเจ้าต่อ
แล้วบอกว่า เมื่อคืนประมาณตีสาม ท่านมีอาการไม่สบาย กว่าจะดีขึ้นก็ตีสี่กว่า
เช้าวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 พี่หนูนาโทรมาบอกว่าปู่ดูนิ่งๆ
อาการไม่ค่อยดี ให้ข้าพเจ้าช่วยดูให้หน่อย ข้าพเจ้ากำลังขับรถ อีกไกลกว่าจะถึงที่ทำงาน
เพื่อไม่ให้เสียเวลาข้าพเจ้าจะลองเพ่งดู ในจิตก็นึกถึงท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เพียงครู่เดียว น้ำตาและเสียงสะอื้นออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าท่านไปแล้ว
แล้วพบกันใหม่ ตามที่เคยบอกไว้
***เรื่องราวต่างๆที่ท่านได้มอบไว้ให้กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะยังคงเผยแพร่ต่อไปตามความประสงค์ของท่าน และเรื่องราวส่วนที่เหลือ ทางครอบครัวของท่านจะเก็บไว้เผยแพร่เอง ข้าพเจ้าขออนุโมทนาด้วย***
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น