วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

ทางสามแพร่ง


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

            เรื่องเจ็บป่วย เพราะเรื่องลี้ลับที่คนเราไม่รู้กันอีกมากก็เรื่องทางสามแพร่งงนี่แหละ เพราะมันเป็นเรื่องของวิญญาณที่เราไม่เห็นตัว และก็ไม่เชื่อเรื่องผีหรือวิญญาณ ก็มักจะโดนและเกิดเจ็บป่วยกันบ่อยๆ ผู้เขียนก็ชอบพิสูจน์ความจริงเรื่องผีหรือวิญญาณว่าจะมีจริงไหม และทางสามแพร่งแบบไหนถึงจะมีวิญญาณอยู่จริง ถึงจะให้โทษ
            เพื่อพิสูจน์เรื่องทางสามแพร่ง ว่าผีหรือวิญญาณมีจริงไหม วันหนึ่งกลับจาดธุรั เดินมาตามถนนก็พลบค่ำแล้ว ๖โมงเย็น ตะวันตกดิน ก็มาเจอคนสองคนกำลังมาทำพิธีเซ่นไหว้ทางสามแพร่ง ผู้เขียนก็ยืนดู เขาเอากระถางมาวางบนผ้าขาว แล้วจุดธูปไหว้ ก็นึกในใจว่า ดีแล้วจะได้ดูผีหรือวิญญาณไปในตัว ก็เห็นเขาวางกระทงใส่เครื่องเซ่นไม่ต้ำกว่า ๕ใบ จุดเทียนจุดธูปปักลงไปในกระถาง ไหว้เสร็จก็เห็นพวกเขาหันหลังเดินแน่บออกไปโดยไม่เหลียวไปดู ผู้เขียนก็เพ่งจิตดู แพล็บเดียวก็เห็นวิญญาณ ๔ร่างลงมาล้อมเครื่องเซ่น ก็พิจารณาดูเครื่องแต่งตัวของผีมันที่ลงมาชุมนุม แต่งตัวเหมือนพวกวณิพกหรือยาจกขอทาน เหมือนผ้าขี้ริ้วนี่แหละ ก็เล่นเอาผู้เขียนสะดุ้ง ก็อุทานมาว่า เฮ้ย มีวันมีจริงว่ะ เท่านั้นแหละ แก็งค์ผีก็หันมองผู้เขียนเป็นตาเดียวกัน ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แว๊บเดียวมานั่งประชุมกันเลย ทีนี้พวกผีหรือวิญญาณ ก๔ตัว มันพากันจ้องดูผู้เขียน ก็เลยบอกพวกผีว่า “มึงก็กินของมึงไป กูไม่แย่งมึงหรอก” เท่านั้นแหละ พวกผีก็หันกลับเข้าวง แต่แปลกนะพวกผีมันนั่งยองๆ กัน แล้วก็เอามือหยิบอาหารในกระทงใส่ปาก วิธีกินของพวกผีมัน แหงนหน้าขึ้น แล้วหยิบอาหารหยอดใส่ปาก ก็ไม่เห็นผีมันคุยอะไรกัน หยิบใส่ๆๆๆ สักครู่ ก็เห็นมันหยุดหยิบอาหารและก็นั่งมองกัน พอเจ้าตัวโตพยักหน้า ก็เห็นมันโดดแว๊บขึ้นอากาศ หายไปต่อหน้าต่อตา ดูไม่ทันว่ามันเหาะ หรือมันล่องหนไปอย่างไร หรือไปทางไหน ก็ยืนดูทางสามแพร่งมันเป็นแบบไหน แล้วก็จะไปดูที่เขาไหว้ทางสามแพร่งที่อื่นๆ เพื่อจะพสูจน์ว่าทางสามแพร่งมีวิญญาณจริงไหม

            มันก็แปลกอีก กลับมาถึงทางเข้าบ้าน ก็มีคนมาไหว้ทางสามแพร่งอีก ก็ยืนดูอีก ถนนเป็นทางสามแพร่ง รูปตัว T ก็ยืนดูอีก ตาคราวนี้ไม่เห็นมีวิญญาณอะไรปรากฏ ก็ยังสงสัยเรื่งอทางสามแพร่ง ตอนแรกเจอทางสามแพร่งรูปตัว Y เจอผีหรือวิญญาณ ต่อมาเจอคนไหว้ทางสามแพร่งรูปตัว T หรือตามถนนที่ตัดแบบสามแยกก็ไม่มีวิญญาณให้เห็น ไปต่างจังหวัดก็เห็นคนมาไหว้ก็ตามทางสามแพร่ง ก็ยืนดูอีก เลยเห็นทางสามแพร่งรูปตัว Y โดยมากจะมีผีหรือวิญญาณ แทบทุกแห่ง แต่ทางสามแพร่งรูปตัว T ไม่ค่อยเห็น ผู้เขียนก็พิสูจน์อีก เจอที่ไหนใครไหว้ทางสามแพร่งก็ดูอีก จึงรู้ว่าความจริงทางสามแพร่งที่ถนนตัดเป็นมุมฉากไม่มีแน่ แต่ถ้าทางสามแพร่งตัววาย Y จะมีเป็นส่วนมากจริงๆ แต่ปัจจุบันนี้ทางสามแพร่งหรือทางถนนตัดก็มักจะมี เพราะผู้คนไม่รู้ว่าทางสามแพร่งแบบไหนถึงจะมีผีอยู่จึงเอากระถางไปไหว้เซ่นผีกันยุ่งไปหมด แถมยังมีคนบอกว่า ถ้าอยู่ตรงกับทางสามแพร่งไม่ดีอันตราย ห้ามปลูกบ้านตรกับทางสามแพร่ง บางบ้านหรือบางร้านอยู่ตรงทางสามแพร่งก็เอากระจกติดกันให้สะท้อนกลับ บางแห่งก็เอาโป๊ยข่วยหรือยันต์แปดทิศ หรือเสือคาบดาบไปติดหน้าร้านกันผีทางสามแพร่งกันแบบทุกวันนี้ ยังไม่พอ บางคนก็เอากระทงไปไหว้ทางสามแพร่งก็มี บางคนก็แก้เคล็ดเอากระทงหรือเครื่องเซ่นไปวางตรงทางสามแพร่งตรงกันข้ามก็มี

            แต่ก็มีเรื่องแปลก ตามสี่แยกหรือซอยตรงกันข้าม กลับมีผู้คนไปเซ่นไหว้ผีกัน ปรากฏว่า ผู้เขียนเห็นบ่อยๆ กลับมีวิญญาณที่มารอรับเครื่องเซ่นตามสี่แยก จึงรู้ว่า สามแยกตัว Y กับสี่แยก นั้นมีวิญญาณอยู่มาก และก็เคยรักษาคนป่วยที่กลางค่ำกลางคืนหรือปกติธรรมดาใครเดินไปเตะกระทงเข้า มักจะเกิดเรื่องให้เจ็บป่วยกันมามาก โดยมากพวกเดินไม่ดูตาช้างตาม้าหรือตาเรือ ค่ำๆ มืดๆ หรือเช้ามืด เดินไม่ดูมักจะไปเตะเอากระทงตามสามแยกและสี่แยกที่คนเอามาเซ่นผีหรือวิญญาณ คนป่วยที่ถูกผีหรือวิญญาณตามทางแยกสามแพร่ง สี่แพร่งก็ดี จึงแนะนำให้เวลาเดินดูให้ดี อย่าได้ไปเตะหรือแตะกับกระทงไหว้ผี เซ่นผีเป็นอันขาด และถ้าหัวค่ำหรือตะวันตกดิน อย่าไปยืนดูพวกที่เขาชอบมาทำพิธีไหว้ผีเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกผีเล่นงานจริงๆ ที่โบราณเขาถือกันมาก เวลาเจอใครเซ่นผีอย่าไปดูมัน จะเห็นว่าพวกไปไหว้เซ่นทั้งหลายจุดเทียนจุดธุปไหว้เซ่นแล้ว จะหันหลังกลับไม่ไปดูมัน เพราะไม่อย่างงั้นจะถูกผีตามหรือเล่นงานให้เกิดเจ้บป่วย ความจริงแล้วผีมันอายหรือกลัวไปแย่งมันกินมากกว่า

            พวกที่ชอบไหว้ผีตามที่ต่างๆ ยิ่งหน้าร้าน หน้าบ้าน อย่างคนจีนเขาไหว้ผีไม่มีญาตินั่นแหระตัวดี ไหว้หน้าบ้านแล้วไม่ส่งมันกลับ ผีมันก็ยืนหรือเดินตามหน้าบ้าน หน้าร้านกันมั่ว ไม่มีแขกเข้าร้าน ขายของไม่ดี ก็โดนกันมามาก พวกตามทางสามแพร่งก็เช่นกัน ไปวางไม่ถูกต้อง ผีก็มาชุมนุมกัน จึงแก้โดยวิธีไปเซ่นตรงแยกตรงข้าม บอกให้ผีมากิน เท่านี้ก็นับว่าแก้ไขไปได้ ความจริงยันต์แปดทิศหรือโป๊ยข่วยหรือเสือคาบดาบ ก็มิใช่จะกันได้ทุกแห่งไป แล้วแต่อาจารย์จะเก่งไหม จะคุ้มได้ไหมเท่านั้น

            เรื่องทางสามแพร่งหรือกี่แพร่งก็ตาม ก็ยังมีเรื่องทางผีผ่านอีก ก็คือทางที่พวกคนเขาหามศพเดินผ่านเข้าออกวัด นี่ก็อันตราย ไปปลูกบ้านขวางทางหรือกลางค่ำกลางคืนเดินไปทางผีผ่าน ก็เจอกับอันตรายได้เหมือนกัน ก็เป็นข้อห้ามทั้งนั้น แม้แต่ปลูกบ้านคล่อมคลองหรือคล่อมคูน้ำ ก็เป็นข้อห้าม หรือปลูกคล่อนทางน้ำไหลก็ห้าม พระภูมิหรือศาลอะไรก็ห้ามตั้งคล่อมคูท้องร่อง เหล่านี้เป็นอาถรรพ์ทั้งนั้น เรื่องของข้อห้ามตามโบราณก็มีจริงเป็นส่วนมาก ห้ามทางน้ำไหลผ่านใต้ถุนบ้าน ใต้ศาล


เรื่องราวต่างๆ ก็มีวิธีแก้ได้ทั้งนั้น ต้องปฏิบัติสมาธิเก่งๆ ยิ่งเข้าสมถะ ๔๐ ได้ก็ยิ่งเก่ง ยิ่งเข้าวิปัสสนาได้ก็ยิ่งเก่งมากขึ้นไปอีก การปฏิบัติธรรม ก็จะรู้เห็นวิธีแก้หรือวิธีรักษาได้ ไม่ว่าต้องเจ้าที่เจ้าทาง ต้องผีหรือวิญญาณ ต้องสิ่งลี้ลับ เรื่องจิต-วิญญาณ การปฏิบัติธรรมจะแก้พวกเหล่านี้ได้ ก็ต้องมีสมาธิเป็นหลักเบื้องต้น ยิ่งมีสมาธิมากๆ ก็เข้าสมถะ ๔๐ ได้ ก็ยิ่งมีความสามารถเข้าวิปัสสนาได้ ท่านรู้ไหม อาถรรพ์หรือสิ่งลี้ลับทั้งหลาย ถ้าไม่ปฏิบัติสมาธิได้ถึงแก่นแท้ ท่านก็ไม่สามารถเข้าถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และถ้าท่านไม่เข้าถึงสมถะ ๔๐ ท่านก็ไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา การจะเข้าถึงพระพุทธศาสนา ก็ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นฐานเบื้องต้น แล้วจึงจะเข้าสมาธิ สมถะ ๔๐ และวิปัสสนา หรือโพธิปักขิยะธรรม ๓๗หมวด เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น