วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โลกันต์เปิด เดือนดับ


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

 

เสาร์ แรม๑๕ค่ำ เดือน๑๐ นรกเปิด

ความหมายของโลกันต์เปิดหรือนรกเปิด ผู้เขียนก็เพิ่งรู้ว่า ทำไมเดือนดับ มีความหมายสำคัญอย่างไร เพราะตั้งแต่ปฏิบัติและค้นคว้าโดยมาก  จะทำพิธีอะไรก็ตามมักจะเลือกเอาเดือนสว่างๆ หรือข้างขึ้นกันเป็นส่วนมาก และเดือนมืดน้อยๆ จะถือเป็นเคล็ดดีหรืออย่างไร ผู้เขียนก็เช่นกัน แต่มักจะถือ ตามดวงชะตาของผู้คนเป็นหลักสำคัญมากกว่า ปีร้าย เดือนร้าย วันร้าย หรือเดือน วัน ไม่ดีประกอบกันเป็นส่วนมาก และข้อสำคัญต้องเป็นส่วนประกอบแต่สิ่งดีๆ วันดีๆ เดือนดีๆ ปีดีๆ ของเจ้าขอดวงชะตา และก็หลีกเลี่ยงวันอัปมงคล เช่นวันไหนเป็นกาลกิณี วินาส อุบาทว์ ตามโหราศาสตร์หรือวันไม่ดีในปฏิทิน ก็จะพยายามหลีกเลี่ยง เพราะพวกปากหอยปากปู หรือพวกปากเสีย ชอบทักท้วง หรือโต้แย้งเอาน่ะซี เพราะผู้เขียนปฏิบัติสมาธิและค้นคว้าตำรับตำราต่างๆมากมายและปัจจุบันก็ยังปฏิบัติมาตั้งแต่ ๒๕๑๑ ถึงพ.ศ.๒๕๖๒ ก็ยังค้นคว้าธัมมะ และวิชาความรู้ซึ่งมีมากมายในโลกนี้ไม่รู้จักจบ


เรื่องนี้เรื่อง เดือนดับ ก็เป็นความรู้ที่เพิ่งค้นพบถึงเรื่องลี้ลับในโลกนี้ซ฿งก็เกิดจากการฝึกจิต สมาธิของพุทธศาสนา


เรื่องลี้ลับนี้ผู้ที่จะรู้ได้ถึงจะรู้ความจริงเรื่องจิต-วิญญาณ แขนงหนึงที่มีมากมาย จะต้องฝึกจิตหรือสมาธิ ขั้นอุปจาระสมาธิขึ้นไปถึงจะรู้เห็นเรื่องจิต-วิญญาณ ซึ่งปุถุชนคนธรรมดาหรือไม่นับถือพุทธศาสนา จะไม่รู้ไม่เห็นความลี้ลับของโลกที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยกเว้นพวกมีซิกเซนต์หรือสัมผัสที่๖ หรือผู้มีบารมีติดมาแต่ชาติปางก่อน แต่ก็มีผู้รู้ผู้เห็นเรื่อง เดือนดับ น้อยมากจริงๆ ผู้เขียนฝึกสมาธิถึง ๓๐-๔๐ปี จนมีระดับสมาธิฌาน๘ หรือขึ้นปรมัตถะสมาธิมาหลายปี ก็เพิ่งรู้เห็นเรื่องเดือนดับ คือ วันเสาร์ แรม๑๕ค่ำ ตรงกับเดือนไหนก็ตาม เป็นวันปล่อยผี หรือ นรกแตก เป็นวันร้ายแรงสำหรับผู้ปฏิบัติสมาธิ ผู้เขียนจึงเขียนเตือนผู้ฝึกสมาธิ ไม่ว่าจะเก่งระดับไหน ถึงจะพอต่อสู้ วันนรกแตกหรือโลกันต์เปิดได้ กฌค้นพบโดยวิธีปฏิบัติสมาธินี่เอง


เพราะอยากรู้อยากเห็นความจริง ทำไมวันดับ เดือนดับ แรม ๑๕ค่ำ เขาถึงไม่นิยมทำพิธีกัน ก็มานั่งคิดพิจารณาเรื่องนี้ ตัวเราก็เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตามวัยชรา จะเข้า๘๐แล้ว รุ้ว่าวันพระเขาปล่อยผีจะมีสองวัน วันโกนวันพระนี่แหละ ถือว่าเป็นวันเคราะห์ไม่ดีสำหรับโลกมนุษย์ คนดวงไม่ดีมักจะถูกผีเข้าหรือวิญญาณสิง ตั้งแต่ตะวันตกดิน หรือ ๖โมงเย็นไปแล้ว แล้วก็อย่าสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง ผู้เขียนรักษาโรคผีผีมานับไม่ถ้วน รู้เห็นเรื่องผีหรือวิญญาณมาสุดคนานับ ในใจเราก็คิดว่าทำน้ำมนต์ อาบน้ำมนต์รักษาโรคคนมามากมาย ยกเว้นไม่เคยทำน้ำมนต์อาบวันแรม๑๕ค่ำเลยสักครั้ง ในใจก็บอกตัวเองว่า โรคภัยไข้เจ็บมันก็คงจะถูกขับไปกับวันแรมหรือวันดับ ถือเป็นเคล็ดไปในตัว ดับโรค ดับภัย ดับเคราะห์ ภายในจิตก็มีเสียงบอกง่า “ก็ลองดูซิ” ครับ เท่านั้นก็ได้เรื่องเลย น้ำมนต์ทำไว้รักษาคนตั้งแต่เข้าพรรษา ก็อาบตัวเอง พออาบตัวเองก็รู้สึกว่ามันโล่งดี ก็มานั่งสมาธิต่อตอนสองยามกว่าๆ เรื่องอาบน้ำมนต์ผู้เขียนจะทำน้ำมนต์เอง อาบวันพระใหญ่ วันวิสาขะ วันมาฆะ วันเข้าพรรษา หรือวันสำคัญๆ ตอนเที่ยงคืนเป็นประจำ ตั้งแต่ปฏิบัติสมาธิรักษาโรคต่างๆให้ผู้คนมาตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๒  ก็ไม่เคยให้พระสงฆ์องค์เจ้าที่ไหนอาบให้เลยจนถึงปัจจุบันนี้ครับ


ผู้เขียนชอบนั่งสมาธิตั้งแต่ ๔ทุ่ม ไปถึงตี๒ ตี๓ เป็นประจำและ ก็ชอบนั่งสมาธิค้นคว้าธัมมะและโลกวิญญาณไปด้วย จึงถือเป็นเรื่องท่องเที่ยวในเวลาค่ำคืน ทีนี้พอเข้านั่งสมาธิในคืนแรม ๑๕ค่ำ ครู่เดียวก็เกิดเรื่องวิญญาณต่างๆ ไม่รู้ว่ามาจากไหน เป็นหัวกะโหลกต่างๆ เป็นร่างศพคนต่างชาติที่ไม่เคยเห็นมาในชีวิต มาปรากฏให้เห็นเยอะแยะไปหมด แพล็บเดียว  ไม่รู้ว่าผีหรือว่าวิญญาณมันมามากมาย แถมยังมีพายุพัดใส่ร่างเราอีก ถึงกับร้องในใจว่า นี่มันอะไรกันว๊ะ! ทำไมมันร้ายแรงขนาดนี้ ยังกับไปเจอพายุทะเลทราย


ตอนแรกนั่งสมาธิรับได้สู้ได้ พวกผี-วิญญาณสารพัดก็ยังโหม กระหน่ำใส่ร่างกายเรามันยิ่งมากันมาก ก็รู้ว่าถ้าจะต้านกับพลังพวกนี้ ก็คงจะสู้ได้ไม่นาน แม่งไม่ได้มาแค่ป่าช้าหรือแค่ร้อยๆพันๆวิญญาณ แต่นี่มันยกกันมาทั่วสารทิศในโลกเชียวหละ ก็ได้สินเสียงภายในกายว่า เจ้าก็เปลี่ยนคำภาวนาใหม่ซีและก็บอกว่าให้ภาวนา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ให้พนมมือสวด ก็สอนเป็นตอนๆ ปรากฏว่า พอพนมมือสวด วิญญาณที่ลอยมาปะทะร่างเรา แยกออกไปรอบข้าง ก็ได้ยินเสียงบอกอีกว่า จิตนิ่ง แล้วสวดต่อ “นิพพานัง สูญโญ” ปรากฏว่าครางนี้วิญญาณที่วิ่งมาปะทะตัวเรากลับหายแว๊บไปหมดเลย ไม่มีวิญญาณตัวไหนผ่านผ่ามือ ผ่านข้างกายเราได้ ชั่สโมงกว่าๆ นรกแตก หรือโลกันตืเปิด หายไปหมดสิ้นเลย ร่างกายเราก็คืนเป็นปกติ เหลือแต่ความว่างเปล่า ไม่มีวิญญาณเหลือสักตัวเลย ก็มาพิจารณาตัวเอง ถึงกลับแปลกใจ อาการปวดเมื่อสังขารเราก็กลับปลอดโปร่างไปด้วย จึงรู้ว่าเรื่องราวของโลกันต์เปิด หรือ วันพระดับ มันมีทั้งดีทั้งเสีย และก็ได้ความรู้เรื่องเสาร์แรม๑๕ค่ำ มันรุนแรงร้ายกาจขนาดไหนผลร้ายก็ต้องปะทะ กับโลกวิญญาณมากมายทั่วสารทิศ ถ้าพลังจิตไม่เข้มแข็งหรือไม่สูงพอ ก็ขาดใจตาย และก็เป็นเรืงอที่ผู้เขียนปะทะกับวิญญาณที่มากที่สุดเหลือประมาณ ที่ปฏิบัติอยู่ทุกวันก็สู้กับวิญญาณเป็นป่าช้าๆ ผีหรือเดรัจฉานวิชาก็แค่เป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่นี่มันถึงกับปะทะผีเป็นหมื่นๆตัวเชียว ทั่วสารทิศ ก็ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นมาอีก รู้ความสำคัญของงหัวใจพุทธศาสนา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รู้มาตั้งนานแล้ว เห็นมาตั้งนานแล้ว แตไม่รู้วิธีใช้ ต้องฝึกจิต สมาธิ ระดับไหน ถึงจะใช้ได้เป็นประโยชน์ เพราะไม่รู้เห็นเรื่องจิตเรื่องสมาธิ จึงไม่รู้เห็นเรื่องคุณประโยชน์ของพระพุทธศานาหรือพระพุทธเจ้าของเรา ไม่น่าเชื่อ ถ้าผู้เขียนไม่ค้นพบวิชาของพระพุทธเจ้า ปานนี้ก็คงจะสู้กับวิญญาณนรกเปิด วันพระดับ เสาร์แรม๑๕ค่ำ ทั้งคืนแน่นอน  ไม่น่าเชื่อ แค่ใช้จิตเพ่ง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ภูตผีปีศาจก็ทำอะไรเราไม่ได้  แถมเพ่งจิตต่อ นิพพานัง สูญโญ วิญญาณทั้งหมดก็ได้อานิสงส์ไปเกิดหรือพ้นทุกข์ไปหมดสิ้น ความจริงพุทธศาสนาลึกซึ้งมาก แต่เรากลับไม่รู้


หัวใจของพระพุทธศาสนา คือ สมาธิ สมถะ๔๐ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน หรือโพธิปักขิยะธรรม ๓๗หมวด หัวใจที่ย่อๆมาคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พอปฏิบัติสูงๆ แล้วก็คือ นิพพานัง สูญโญ ผู้เขียนก็ชอบศึกษาค้วคว้าธัมมะ ของพระพุทธองค์จึงรู้ว่า ขั้นสูงสุดของพระพุทธศาสนาก็ต้องผ่าน สมาธิ สมถะ๔๐ และวิปัสสนา พอปฏิบัติถึงวิปัสสนา แล้วจึงเข้าใจ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คำสุดท้ายก็คือ นิพพานัง สูญโญ ไม่มีอะไร ความว่างเปล่า


พอผู้เขียนมาใช้จิตภาวนา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วิญญาณทั้งหลาย ไม่ว่านรกแตกโลกนรกเปิด กลับได้ผลเป็นพิเศษ รู้ได้รู้ว่าเป็นเรื่องของวิญญาณมากมายมันผุดขึ้นมา ไม่เก่งไม่กล้า ถึงได้ไปทดสอบกับเรื่องอย่างนี้ อันตรายมากจริงๆ แต่ผู้เขียนกลับได้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าธัมมะ ได้รู้วิธีทำลายนรกแตก ผลที่ได้ร่างกายปลอดโปร่ง โรคต่างๆ แทบจะหายไปกับลมพายุโลกันต์ จิตกลับมีพลังกล้าแข็งขึ้นอีกเป็นทวีคูณกลับเป็นผลดี แต่ถ้าท่านทนกับอานุภาพพายุโลกันต์ไม่ได้ รับรองตายอย่างเดียว อย่าไปเสี่ยงดีกว่า!

 

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น