โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
ผู้เขียนเคยลงเรื่องทางสามแพร่งไปแล้ว
แพร่งแบบไหนถึงจะมีวิญญาณ เพราะไปเห็นเองและพิสูจน์มาแล้ว แพร่งรูปตัว Y หรือรูปตัว T แบบไหนมีผีมีวิญญาณ
เห็นด้วยตัวเอง ไปดูด้วยตัวเอง ค้นคว้าด้วยตัวเอง ไม่รู้จะกี่แยกแล้ว
ถ้าจะพิสูจน์เรื่องแพร่ง ต้องเก่งสมาธิระดับอุปจาระสมาธิหรือจตุตถฌาน
ต้องเข้าใจเรื่องทางแยกเสียก่อน ถนนก็คือแยกใหญ่ ซอกซอยคือแยกเล็ก บางถนนแยกใหญ่
๔แยก ๕แยก ๖แยก มักจะมีวิญญาณเยอะ มันมีอุบัติเหตุและมีคนตายเยอะ
ส่วนแยกเล็กๆในซอกในซอยหรือตามหมู่บ้านจะมีน้อยเพราะไม่มีคนตาย
เพราะฉะนั้นมันจะมีผีหรือไม่มี มันขึ้นอยู่กับบริเวณนั้นๆ มีคนตายหรือเปล่า
ถ้ามีคนตายแยกยั้ยก็มีวิญญาณอยู่ ไอ้ถนนสายเดี่ยว ถ้ามีรถชนกันตายตรงนั้นก็มีวิญญาณ
แม้แต่ทางผีผ่าน ก็คือเขาเอาศพเดินผ่านประจำ บริเวณนั้นก็จะมีวิญญาณ มนุษย์เรานี่แหละไปสร้างเรื่องราวเรียกผีตามแพร่งมากิน
เอากระทงไปเซ่นเอาอาหารไปเซ่นวิญญาณเหล่านี้ จึงทำให้เกิดผีตามแยก
แยกไหนคนเซ่นมันมาก เรียกมันมามาก ผีก็เยอะวิญญาณก็เยอะ
ทางไหนไม่มีคนไปเซ่นก็ไม่มีผี ไม่มีคนเซ่นผี ผีก็ไม่มากินพวกกระทงตามแยก
บางคนเดินซุ่มซ่ามไปเตะมัน เหยียบมันเข้า บางคนดันทะลึ่งไปฉี่รดกระทง ผีก็โกรธทำโทษแทบตายมาเยอะแล้ว
ถ้าคนไม่ไปเหยียบไม่ไปแตะมัน ก็ไม่อันตราย
ฉะนั้นเวลาเดินอย่าเดินสุ่มสี่สุ่มห้า
อย่าหลับหูหลับตาเดินหรือเดินใจลอยไม่มองทาง เพราะเมื่อเตะถูกมันแล้ว
เรื่องใหญ่เลย มันรักษายากมาก
เพราะต้องไปรักษาจากผู้ที่ปฏิบัติผู้ที่มีสมาธิจิตสูงๆ คนรักษาด้วยพลังจิตมันน้อย
เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยเก่งกันก็ต้องไปหาผู้ที่ปฏิบัติฌานสูงๆ สมาธิสูงๆ
ระดับอุปจาระสมาธิ สมาธิพวกจตุตถฌานก็จะช่วยได้
ถ้าช่วยไม่ได้หรือไม่ทันก็ตายไปพร้อมกับผี
เมื่อมันอยู่ในร่างผู้นั้นแล้วก็จะเจ็บป่วยสารพัด กินแต่ยา กินแต่ยา
รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ก็ต้องไปหาหมอพระที่มีสมาธิเก่งๆ ฌานสูงๆ
หรือฆราวาสที่มีฌานสูงๆ ก็รักษาได้ อย่าไปหาหมอตามโรงพยาบาลเลย
เรพาะหมอไม่รู้เรื่องจิตวิญญาณ เสียเวลาเปล่า ไปโรงพยาบาลหมอก็ให้กินยาเป็นปีๆ
เพราะโรคจิตวิญญาณเอ็กซเรย์เท่าไหร่ก็ไม่พบ
กรณีถ้าไปเตะถูกกระถางโดยไม่ตั้งใจก็ขอขมาต่อวิญญาณซะ ยกมือขอโทษมันไหว้มัน
“ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ” ถ้าผียกโทษให้ก็รอดไป ถ้ามันไม่ยกโทษให้ก็ซวยไป
พวกหมอผีพวกเดรัจฉานวิชา
พวกอลัชชีชอบไปเรียกผีตามแพร่งต่างๆมาใช้งาน ใช้งานมัน ปล่อยมัน(ผี)ไปทำร้ายคน
ด้วยเหตุนี้ทำให้รักษายากยิ่งกว่าไปเตะถูกกระทงเสียอีก พวกท่านทั้งหลายจำไว้
พวกที่กำลังทำพิธีเซ่นผีตามแยกตามแพร่งต่างๆ อย่าไปยืนดูมัน เพราอะไรรู้ไหม
ผีมันกลัวไปแย่งมันกินน่ะซี มันจะทำร้ายเอา รู้ไว้ว่ามันเป็นข้อห้าม ห้ามไปยืนดูตอนที่เขาไหว้กระทงและไปเตะกระทง
ผีมันจะยั๊วะ มันหิวของมัน ถ้าใครมีความจพเป็นต้องเดินผ่านทางแพร่งต่างๆ
ก็สวดมนต์หรือห้อยพระสวมตะกรุดผ้ายันต์ของอาจารย์ดังๆ พระดังๆก็ป้องกันได้
กรณีเมื่อคนโดนผีเล่นเข้าอย่างจังแล้ว
ไปหาหมอหาพระที่ไม่เก่ง ก็รักษาไม่หาย ก็แล้วแต่ดวงชะตาของคน
ไปเจอหมอไม่ดีก็รับเคราะห์ไป
บางคนเคราะห์ร้ายไปเจอหมอผีอลัชชีพวกเดรัจฉานวารักษาโดนกระทำซ้ำอีก มันไม่รักษาเรา
กลับมาเล่นงานเราต่ออีก มันไม่รักษาเรา แต่จ้องจะเอาเงินเราซวยซ้ำซวยซ้อน
ผีซ้ำด้ามพลอย เจ็บป่วยซ้ำไปอีก ยิ่งกว่าแจ็กพอต สองเด้งโดนแล้วโดนอีก บางคนเสียเงินจนหมดตัวก็มี
ถ้าคุณยังอยู่ผีก็อยู่กับคุณตลอดชีวิต ตราบใดไม่มีใครมาไล่มันออกจากตัวคุณ
ถ้าหาคนรักษาไม่ได้คุณก็อาจจะตาบไปพร้อมกับผีหรือไม่กายก่อนผี
แต่ผีจะไม่ยอมตายด้วยหรอก พอคุณใกล้จะตาย ผีมันก็เผ่นออกมาแล้ว
มันไม่อยากตายรอบสอง ถ้ารักษาไม่หาย ก็แสดงว่าคุณมีกรรมร่วมกับผี
แต่ถ้าคนมันจะหมดเคราะห์ก็จะเจออาจารย์ดีรักษาหาย คนป่วยก็หายผีก็หาย
ได้บุญได้กุศลด้วย ถ้าท่านสร้างบุญสร้างกุศลไว้ ก็จะเจอคนดีมาช่วยท่านก็รอดไป
พ้นเคราะห์ไป ผู้ที่ปฏิบัติเก่งๆ รักษาเสร็จ ช่วยคนเสร็จ
ก็ต้องมาช่วยผีให้พ้นทุกข์ จะได้ไม่ไปเล่นงานคนที่มีเคราะห์อื่นๆ อีก
อาจารย์ที่ดีต้องช่วยทั้งคนทั้งผี
ผู้เขียนเห็นตามโรงพยาบาลต่างๆ
โรควิญญาณเหล่านี้ ให้คนไปผ่าตัดเข่า
ส่วนใหญ่มักจะตายกันเดี่ยวนี้คนตายเพราะผีเยอะ ใครไปเหยียบมันเข้า ขาบวมบ้าง
ตัวบวมบ้าง จะบวตามเนื้อตามตัว บวมทั้งตัว ปวดหมดทั้งตัวเป็นสารพัดคววามเจ็บ
บางคนปวดจนมนไม่ไหวก็มี ต้องกินยา ฉีดยาแก้ปวด และพวกนี้จะเจ็บปวดตามร่างกาย
ปวดหัว ปวดแขนปวดเข้งขา ปวดตามตัว เป็นนู้นเป็นนี่ เพราะผีมันอยู่ในร่างคนนั้น
เมื่อประมาณ
๓๐กว่าปี ๔๐กว่าปีที่แล้ว ผู้เขียนเคยไปไล่ผีถึงโรงพยาบาล
ผู้ป่วยนอนขึ้นอืดบวมจำจำไม่ได้ พอเพ่งจิตดูก็รู้สาเหตุการเจ็บป่วย
เพราะไปเตะกระทงผีเข้า สาเหตุแค่ทะเลาะกับคนข้างบ้าน เอากระทงมาขวางหน้าบ้าน
เท้าไปเตะเข้า บิดไว้บวมทั้งตัว หมอโรงพยาบาลบอกว่าไส้บิดต้องผ่าตัด
สามีก็บอกให้ผู้เขียนไปดูให้หน่อย พอไปเจอเข้า จำไม่ได้ มันบวมและอืดทั้งตัว
ตอนแรกไปหาก็หาไม่เจอ ถามสามีคนป่วยก็บอกว่านอนอยอู่เตียงนั้น
ก็คืออีอืดที่ผู้เขียนเห็นนั่นแหละ พอไปอ่านชื่อคนป่วย ก็อ๋อ อีอืดหรือนี่
จำไม่ได้ เลยให้ลูกศิษย์ไปดูต้นทางไว้ ไม่ให้พยาบาลเห็นเพราะเขาไม่ให้เข้ามารักษา
ถ้าเขาเห็นเรารักษาคนป่วย เดี๋ยวเขาจะด่าเอา ก็กำหนดจิตที่นิ้วชี้
จิ้มหัวใจที่มีผีมันอยู่ เท่านั้นแหละผีมันก็ร้องโอ๊ยยยย เราก็เพ่งจิตเพิ่มขึ้น
เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ไปอีก เสียงผีบอก กลัวแล้วจ้า กลัวแล้วจ้า ไปแล้ว ไปแล้ว
เล่นเอาคนไข้เตียงข้างๆอีอืดตกใจ ผีทนพลังจิตกระแทกไม่ไหว ผีก็อยู่ไม่ได้
กระโดดออกจากร่างคนป่วย ออกจากเตียงคนป่วย หนีออกจากโรงพยาบาลเลย
พอดีวันนั้นมีคนมาอาบน้ำมนต์กับผู้เขียนด้วย จังหวะเอาน้ำมนต์ติดตัวไปด้วย
เลยเอาน้ำมนต์เป่าหัวคนป่วย ให้กินด้วย ร่างอีอืด ก็ยุบ ยุบ ยุบ ทันตาเห็น
พอยุบปุ๊บก็มีเสียงเด็กออกมาจากร่างคนป่วย
ก็คือกุมารคนป่วยนั่นแหละชื่อปิ่นเพชร ปู่ปู่แม่ไปเตะกระทงอีนมโตหน้าบ้าน
มาวางไว้เพราะไปด่ามัน มันเลยบิดไส้เลย(กุมารฟ้อง) ผมสู้ไม่ได้เพราะตัวใหญ่กว่าผมสู้ไม่ได้เพราะตัวใหญ่กว่าผม
คนป่วยก็เป็นร่างทรงของแม่อุมาเทวีด้วย
ร่างนี้วันๆเอาแต่แต่งตัวสวยทั้งวันไม่แขวนพระแขวนจ้าวไปทำงาน
เลยโดนอีผีเล่นงานแต่เช้าเลย มัวแต่ชอบแต่งตัว ไม่ปฏิบัติสมาธิ ไม่ระมัดระวัง
ถือว่าตัวมีองค์แม่ พอเห็นกระทงวางก็เตะเลย ว่าเอ๊ะ ใครมาวางกระทงเกะกะวะ ผีก็เลยเข้าตัว
เวลาผีเข้าจะเข้าทางเท้า ผีบิดไว้บิดพุงเลยเจ็บป่วยอืดบวมทั้งตัว พอผีออก
หมดมาตรวจอีกทียุบได้ไง หายได้ไง หายเป็นปกติ หมอเลยให้กลับบ้าน หมอก็สงสัย
มันยุบได้ไง ไปตรวจดูก็ไม่มีอาการ หมองง!!!
ก็ผีมันออกไปแล้วจะมีอะไรอีกล่ะ ก็กลับบ้านได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแล้ว แต่หมอก็ยังงง
ว่าหายได้ยังไง พวกเพื่อๆเห็นมากินข้าวกับผู้เขียนก็แปลกใจ เอ๊ะ
เมื่อวานยังนอนอืดอยู่โรงพยาบาลเลย แต่ทำไมวันนี้ออกมากินข้าวข้างนอกบ้านได้
ไอ้คนป่วยบอกว่า ก็ปู่กูคนนี้แหละ มาช่วยกูออกโรงพยาบาลได้
เล่ยเอาคนฟังสงสัยแล้วก็แปลกใจ มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ความจริงเรื่องวิญญาณต่างๆ
มีแทบทุกโรงพยาบาล ผู้เขียนไปรักษาผู้ป่วยตามโรงพยาบาลมาเยอะแล้ว จึงกล้าพูดได้
ปัจจุบันคนป่วยยังมีชีวิตอยู่ สามีก็ยังอยู่
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ไอ้กระทงตามแพร่งนี่แหละ อย่าประมาท!!! หรือถือว่าตัวมีองค์
องค์จะคุ้มครอง เพราะองค์ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา
ไม่ยอดปฏิบัติสมาธินี่แหละถึงได้โดนกันเป็นส่วนมาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น