โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
วันพระที่สองผู้เขียนก็เข้าวัดโพธิ์
ไปเอง เพราะตรงกับวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์นี่แหละ ก็ไปถึงวัดโพธิ์ก็บ่ายแล้ว
จึงไปเดินสำรวจวัดโพธิ์ดูเพราะไม่ได้มายี่สิบกว่าปีแล้ว
ก็เดินไปโบสถ์ใหม่ที่มาเมื่อครั้งก่อน ก็เห็นมีคนมานั่งกันเต็ม
ก็เลยลงไปนั่งข้างล่าง แถวระเบียงโบสถ์ นั่งสมาธิเอากำไรไว้ก่อน ถึงเวลาค่ำ
รอพระเทศน์และก็สวดเทพก็เห็นพวกร่างทรงมากันหลายคน ก็พยักหน้าสวัสดีกันตามมารยาท
ยังไม่สนิทกัน พอตกห้าโมงเย็น คนก็ลดน้อยลง ก็ขึ้นไปนั่งสมาธิในโบสถ์ต่อ
พอลืมตามาก็เห็นร่างทรงมากันเยอะ ก็มานั่งคุยกันตามอัธยาศัย บางคนก็คุยเรื่องสมาธิ
เรื่ององค์เรื่องฌาณกัน แต่คราวนี้ก็เห็นกันชัดๆ เพราะเข้ามานั่งคุยกันใกล้ๆ
จึงสังเกตเห็นพวกร่างทรงพวกนี้ ก็รู้ว่าพวกร่างทรงพวกนี้แปลกมาก เรียกว่า
แทบไม่ต้องดูองค์ ใครทรงองค์อะไร ตัวร่างคนนั้นก็จะตัดผม
แต่งตัวไปตามองค์ของแต่ละคน เช่น ทรงพ่อ ร.๕ ก็จะตัดผม แต่งหนวดให้เหมือนพ่อ ร. ๕
หมอชีวกโกมารภัทรก็จะหัวล้านและไว้หนวดเครายาวขาวเหมือนกับในรูป
พวกเขาก็เข้ามาถามถึงการปฏิบัติสมาธิ ก็เลยรู้ว่า
พวกเขามีองค์แล้วไม่ต้องมานั่งสมาธิ ผู้เขียนก็บอกว่า พวกคุณคิดผิดแล้ว
จะเป็นเทพพรหมองค์ไหนใหญ่เล็ก ก็ต้องมาปฏิบัติสมาธิกันทั้งนั้น
ไม่ฝึกสมาธิไม่เก่งหรอก เพราะสมาธิเป็นพลังจิตเสริมองค์รับองค์ได้สมบูรณ์
ก็เลยสอนวิธีปฏิบัติสมาธิให้ พวกร่างทรงก็เลยเข้าใจ
และก็ถามเรื่องเมื่อคืนวานและบอกให้เล่าให้ฟังหน่อย เพราะพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมฟัง
เล่นเอาถามผู้เขียนว่า โอ้โฮคุณเห็นละเอียดขนาดนี้เชียวหรือ ยังกับดูหนังเลย
ก็บอกว่าผมปฏิบัติสมาธิมาตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๑ จนมาวัดโพธิ์วันนี้ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้ว
นั่งปีแรกก็เห็นแล้ว นั่งสมาธิก็ต้องนั่งเป็น รู้หลักปฏิบัติและมีความเพียร
ความอุตสาหะ
สักพักพระก็ขึ้นมาเทศน์
พวกร่างทรงก็นั่งสมาธิฟังเทศน์กันเป็นแถว พวกที่เชื่อผู้เขียนก็ทำกัน พอพระเทศน์จบ
พวกร่างทรงก็เข้ามาบอกว่า ปู่ ปู่ ผมฟังพระเทศน์ได้ผลจริงๆ ฟังไปพิจารณาไป เออแปลก
ไม่ง่วง ไม่ขี้เกียจ ไม่เมื่อย ก็ทำความสงสัยให้ปู่แดง ทีนี้ก็ฟังเทศน์เสร็จ
พระเสด็จกลับลงธรรมมาสกลับกุฏิ ปู่แดงก็สวดพิธีเทพ พวกที่ฟังผู้เขียนสอนสมาธิก็นั่งสมาธิฟังกัน
จิตก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง พอปู่แดงสวดจบ ก็ถามว่าวันนี้พระพุทธเจ้าปางไหนเสด็จมา
ผู้เขียนเห็นก็บอกไป พระพุทธเจ้าปางนี้เสด็จ เจ้าปู่แดงก็พยักหน้า
เจ้าร่างทรงที่มาฝึกนั่งสมาธิ ก็เข้ามากระซิบบอกว่า มานั่งใกล้ปู่แล้ว ผมเริ่มเห็นและก็ถามว่า
ปลายๆ แถวจะมีเทวดาแต่งอย่างนี้ๆ ผู้เขียนก็บอกว่าใช่ เล่นเอาดีใจยกใหญ่
พอดีคุณสมนึกก็เข้ามากระซิบว่า คุณสงค์ ผมมีคนป่วยเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง มาให้รักษา
หลังจากสวดพิธีเทพก่อน พวกร่างทรงก็ถามว่ามีอะไรหรือ หรือก็ตอบเขาไปว่า
จะมีพระสงฆ์มาให้รักษา
สักครู่ก็เห็นคุณสมนึกพาพระมารูปหนึ่งหน้าตาใหญ่ค่อนข้างหนา
เข้ามาหา แล้วก็ปรึกษาอธิบายให้ฟัง คุณสมนึกก็บอกว่า ผมรักษาเอาน้ำตาเทียนโปะแผลพุพองตรงข้อพับข้อศอก
ตอนเปิดให้ดูมันเฟะมากแล้ว ยิ่งโปะเทียนรักษา แผลก็ยิ่งเฟะมาก
เป็นน้ำเหลืองเยิ้มไปหมด ก็เห็นพวกร่างทรงไปนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม
กำลังดูผู้เขียนจะทำอะไร และก็คงวิจารณ์เรื่องผู้เขียน พระรูปนี้ชื่อพระประธาน
ครับ ก็บอกให้ท่านส่งแขนให้ ก็กำหนดจิตแล้วก็คว้าจับ เอามือซ้ายตะปบกับบริเวณแผลที่กำลังเฟอะหรือเฟะ
พอเพ่งจับถอนก็เงยหน้าหาทางขว้างออก ปรากฏว่าพวกร่างทรงก็นั่งขวางประตูโบสถ์
พอมองไปทางหน้าต่าง ก็มีร่างทรงนั่งขวางตรงหน้าต่าง ตอนนี้ก็กลั่นใจจับถอนอยู่พูดไม่ได้
ก็ชี้มือไปทางหน้าต่างและโบกมือให้ขยับหนีตรงทางหน้าต่าง เท่านั้น
พวกร่างทรงรวมทั้งปู่แดง หัวหน้า ก็ขยับเปิดทางหน้าต่าง
แล้วก็ขว้างของหรือวิญญาณออกไปทางหน้าต่างพอขว้างออกไปเท่านั้น
พวกร่างทรงก็มีอากัปกริยาแตกต่าง บางคนก็ยกมือฟาด บางคนก็ยกมืออัด
บางคนก็ส่งมาพนมมือ ป้องกันตัวเอง ก็รู้ว่าท่าทางที่แสดงเป็นเรื่องของแต่ละองค์
เพราะอะไรหรือครับ ตอนจับของขว้างออกไป เชื่อไหม มันเป็นกลิ่นศพ เน่าเหม็นสุดทน
จริงๆ เล่นเอาทั้งคนทั้งองค์แตกตื่นตกใจ ผู้เขียนก็เห็นวิญญาณเป็นกลุ่มดำวิ่งออกหน้าต่างไปเลย
ตลอดระยะทางที่ผีหรือวิญญาณวิ่งตามทางที่ขว้าง
พร้อมกับกลิ่นศพเหม็นมากวิ่งไปตามทาง ผ่านร่างทรงที่นั่งแหวกทางที่ตรงหน้าต่าง กับขยับตัวถอยแยกออกไปแทบจะนั่งทับกัน
แถมยังแสดงท่าทางตกใจกลัวด้วย นี่ก็เป็นการจับถอนครั้งแรกเท่านั้น
พวกร่างทรงก็ยังนั่งตกใจอยู่ พวกเขามองผู้เขียนกันตาแป๋ว แต่ผู้เขียนเห็นอาการลีลาท่าทางขององค์ของร่างทรง
แล้วแทบจะอดกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เพียงยกแรกเท่านั้นก็แตกตื่นใจกันแล้ว
ก็หันมาจับอีก กำหนดจิต แล้วจับถอนอีก พวกร่างทรงก็ขยับตัว คงนึกว่า เฮ้ยๆ เอาอีกแล้วว่ะ
คราวนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจสู้มั้ง
พอผู้เขียนคว้าจับถอนก็ขว้างออกทางหน้าต่าง แต่คราวนี้กลิ่นน้อยมาก
แสดงว่าครั้งแรกถอนไปเยอะแล้ว ครั้งที่สองกลิ่นซากศพแทบไม่มีกลิ่น เล่นเอาพวกร่างทรงทั้งหลายถอนหายใจกันเฮือกใหญ่
เพราะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก ก็ดูจะสบายใจกันบ้าง ถึงกับลดมือลงจากท่าทางแล้ว
ก็ดูพวกเขาปลอดโปร่งใจ แต่พอผู้เขียนจับถอนอีกพวกเขาก็แสดงท่าทางออกมาอีก
คราวนี้จับถือก็ไม่มีอะไรโล่งหมด ก็บอกพวกเขาว่าหมดแล้ว เท่านั้นแหละ ก็ขยับตัวกัน
เข้ามาใกล้ ผู้เขียนก็ถามพระผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไรพระอาจารย์ประธานก็บอก
เออแปลกหายปวดหายคันเลย ก็บอกท่านว่า เดี๋ยวก็ยุบหายแล้ว ผีมันออกก็จะหาย
ทีนี้ก็เล่าให้ฟัง
ท่านถูกลมเพลมพัด ตอนท่านไปเก็บจีวรที่ตากนั่นแหละ พระประธานก็เถียงผู้เขียน
อาตมามีหลวงพ่อโตทรงร่างคุ้มร่างนะ และยังมีมีดหมอของหลวงพ่อเดิม
ของจะเข้าร่างอาตมาได้อย่างไร พวกร่างทรงได้ฟังก็หูผึ่งจะจริงหรือเท็จก็ฟังต่อ
ผู้เขียนก็บอกว่า ถ้าท่านเก่งจริงผีมันก็เข้าไม่ได้หรอก ก็อธิบายให้ฟัง ผีมันจะเข้าหรือของมันจะเข้าได้ก็ต้องอ่อนกว่ามันสู้มันไม่ได้น่ะซี
ก็บอกว่าท่านโดนลมเพลมพัด
ตอนค่ำที่ท่านไปเก็บจีวรนั่นแหละตากราวไว้ก็ไปเก็บเอามาพาดตรงข้อศอกที่โดนนี่แหละ
มันปล่อยมาตามลม เห็นเป็นผ้าขี้ริ้วห่อศพหรือวิญญาณพวกเล่นของเขาปล่อยทุกวันพระ
โดนตอนค่ำตะวันจกดินนั่นแหละ ยิ่งไปถอนไปโปะก็ยิ่งออกฤทธิ์เฟะน่ะซี ก็เพราะท่านไม่ได้ฝึกสมาธินั้นด้วย
ถ้าฝึกสมาธิเก่งๆ ผีมันก็เข้าไม่ได้ ของก็เข้าไม่ได้
หลวงพ่อโตก็ช่วยไม่ได้เพราะไม่มีจิต มีดหมอหลวงพ่อเดิมก็ติดกับอังสะ
ก็ช่วยไม่ได้ผู้ใช้ของ ใช้พระ ใช้ของศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องมีจิตสมาธิด้วยและก็บอกว่า
ถ้าท่านมีพลังจิตหรืออำนาจสมาธิถึงจะคุ้มครองตัวเองได้ มีดหมอก็มีฤทธิ์คุ้มได้
เดี๋ยวท่านกลับไปนี้ถึงบ้านหรือตำหนักคุณสมนึกก็จะแห้ง ยุบหายแล้วทีนี้ก็ไม่เถียงเลย
เห็นไหมตอนผมกำหนดจิตจับถอนและขว้างออก
ก็จะเห็นวิญญาณหรือผีมันพุ่งออกไปตรงหน้าต่าง แล้วก็ถามพวกที่นั่งข้างทางนั้นดูซีว่า
ผีมันจริงหรือเปล่า เห็นแทบตายองค์ก็ลงมาฟาดกันให้ยุ่งไปหมด พวกร่างทรงก็บอกว่า
ผมตื่นเต้นจะตาย องค์ลงมาช่วยฟาดป้องกันให้ ทีแรกรุนแรงมาก กลัวจริงๆ ครั้งที่สองก็ตื่นเต้น
แต่น้อยมาก ครั้งที่สาม ไม่มีรู้ได้เลยว่าถอนของหมดแล้ว และพอพระกลับบ้านก็ยุบหายจริงๆ
พวกร่างทรงเห็นอานุภาพปราบผี พวกเขาจึงศรัทธาผู้เขียน
และก็เป็นเหตุให้เปิดการรักษาในวิหารพ่อปรกโพธิ์ครับ
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า