วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

รักษาในวิหาร


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

                เป็นเพราะเข้าโบสถ์วัดโพธิ์ท่าเตียน หรือวัดพระเชตุพนวรวิหาร หรือวัดพระเชตุพนมังคลาวาส ความจริงผู้เขียนสมัยเด็กก็เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเมี้ยนมาก่อน และก็มีความสัมพันธ์กับบิดาผู้เขียน พันโทปลั่ง เทพหัสดิน ณ อยุธยา สมัยสมเด็จป๋า พระวันรัต วัดโพธิ์โน่น แต่ไม่นึกว่าอีกยี่สิบปี ผู้เขียนก็กลับมาปฏิบัติในวัดโพธิ์ท่าเตียนอีก ด้วยการชักชวนของคุณสมนึกหรือน้ำตาเทียนพิชิตโรค พอกลับมาครั้งแรกราว ๒๕๒๐ กว่า ก็เจอพวกร่างทรงกลุ่ม “ปู่แดง” ซึ่งเป็นหัวหน้าหรือผู้นำของเจ้าวัดโพธิ์และก็เป็นปู่ใหญ่ด้วย คุณสมนึกเข้าวัดโพธิ์มาก็เข้าสังกัดอยู่กับ”ปู่แดง” และก็มีความนับถือเจ้าแดงมาก ถึงกับยอมเป็นลูกน้อง”ปู่แดง” และก็ชมความเก่งกล้าของปู่แดงให้ผู้เขียนฟัง ถึงกับพาผู้เขียนเข้ามาพิสูจน์ หลังจากคุณสมนึกถูกเปรตในสวนพุฒตาลเล่นงาน ก็สงสัยในตัวผู้เขียนว่า ปู่ผู้เขียนเป็นใครกันนะ ทำไมเพียงแต่บอกให้เปรตปล่อยขาลูกศิษย์สาว คราวไปขุดสมบัติในสวนพุฒตาลข้างบ้านผู้เขียน เปรตมันถึงกับกลัวผู้เขียน พูดคำเดียวให้เปรตปล่อย เปรตก็ปล่อยทันที ทั้งที่คุณสมนึกเองก็ถือว่าเป็นอาจารย์หรือปู่คนหนึ่ง ก็เลยคิดจะพามาให้พวกเจ้าวัดโพธิ์มาดูร่างดูองค์ของผู้เขียนมากกว่า เพราะตัวเองไม่สามารถดูเห็น ก็ต้องหลอกให้เข้าวัดโพธิ์มาให้พวกเจ้าปู่แดงดูแทน แต่เป็นผลดีให้ผู้เขียนได้ประสบการณ์ เรื่องจิต-วิญญาณมากขึ้น

เรื่องก็มีอยู่ว่า วันแรกที่ย่างเข้าวัดโพธิ์ ก็เห็นพวกเจ้าวัดโพธิ์มีจำนวนมากถึง ๔๐-๕๐ คน ตอนเข้ามาในโบสถ์ใหญ่ก็เห็นพวกร่างทรงแล้ว คุณสมนึกก็กระซิบผู้เขียนขอแยกไปคุณกับกลุ่มเจ้าหรือปู่แดง ผู้เขียนก็ไปกับน้องชาย มนตรี (หรือหลวงตาตั๋ง) เทพหัสดิน ณ อยุธยา พร้อมกับน้องสะใภ้ นาตยาหรือแดง เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตอนนั้นก็เป็นลูกศิษย์หลวงตายิ้มอยู่ พอผู้เขียนกับน้องชาย ย่างเข้าวัดโพธิ์พวกร่างทรงเป็นกลุ่มก็จับตาดูพวกผู้เขียน เพราะเห็นคุณสมนึกเดินมากับกลุ่มผู้เขียน พวกเจ้าวัดโพธิ์ก็รู้ว่าจะต้องพาใครมาแน่ ต้องมีองค์แน่ ก็เห็นสมนึกเดินเข้าไปคุยกับเจ้าวัดโพธิ์ ผู้เขียนกับน้องชายก็กราบพระประธาน แล้วก็นั่งสมาธิกัน แต่ก็รู้ว่าเจ้าวัดโพธิ์กำลังตรวจดูพวกผู้เขียน ก็พอดี พระมาเทศน์ ผ๔เขียนก็นั่งสมาธิฟังเทศน์ต่อ แต่ไม่ลืมบอกน้องสะใภ้หรือแดงว่า นั่งสมาธิไม่ต้องกลัว ให้มานั่งตรงหน้าตั๋งหรือพี่ก็ได้ เพราะพวกเจ้าวัดโพธิ์กำลังส่งฌาณมาตรวจพวกเรากัน เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิกันต่อ และก็จริงๆ พวกปู่แดงพวกเจ้าวัดโพธิ์ส่งจิตมาตรวจเราจริงๆ แต่พอส่งมาผู้เขียนก็ตัด “ฌาณ” ไม่ให้เข้ามาใกล้บริเวณที่เรานั่งกัน จนกระทั่งพระเทศน์จบก็ได้เรื่องเลย พวกเจ้าวัดโพธิ์โดยการนำของปู่แดงคุณสมนึกก็ยกทีมมานั่งล้อมพวกผู้เขียน และก็มาทำตาปริบๆ มองดูพวกเรา คุณสมนึกก็แนะนำให้รู้จักกัน และเจ้าปู่แดงก็บอกว่า คุณสงค์ องค์ของคุณเป็นพระฤๅษีองค์ที่ ๑๐ และปู่ของคุณก็เป็นปู่ทางอินเดีย อยู่ในชั้นสามของเทวาลัย และบอกน้องชายเป็นองค์ทางพุทธ ก็เลยนั่งคุยกันและก็เชื้อเชิญให้มาวัดโพธิ์ จะมาทุกวันพระ ฟังเทศน์จบก็จะมีสวดเทพหรือทางคนทรงกัน ก็พอดีน้องชายบอกว่า พี่ดึกแล้ว ขอตัวกลับก่อน ตอนนั้นน้องชายอยู่ฝั่งธนบุรีเลยวัดปากน้ำภาษีเจริญไปหน่อย คุณสมนึกก็บอกว่า คุณสงค์ เดี๋ยวกลับพร้อมผม ผู้เขียนอยู่สวนพุฒตาลคุณสมนึกอยู่ปากเกร็ด ต้องขึ้นรถเมล์สาย ๓๐ ก็เป็นอันว่าผู้เขียนก็ต้องอยู่ร่วมกับคุณสมนึกและเจ้าวัดโพธิ์ ก็ดีครับ จะได้พิสูจน์พวกร่างทรงกันไปด้วย

ทีนี้ก็ถึงพิธีสวดเทพ เจ้าแดงเป็นประธานและให้ผู้เขียนไปนั่งใกล้ๆ กับเจ้าปู่แดง และคุณสมนึกเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนไปนั่งตรงอีกข้างของปู่แดง ก็เริ่มสวดภาษามคธนี่แหละ และก็คล้ายสวดทางอินเดีย หรือฟังคล้ายๆ ภาษาเทพ ผู้เขียนพอฟังแล้วก็สำรวมจิตเข้าสมาธิฟัง และดูไปด้วยเรื่องแปลกก็เกิดขึ้น ปู่แดงสวดเก่ง ปรากฏว่าเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จนำหน้าเป็นพระสงฆ์เรานี่แหละ จะเป็นพระคนเราหรือพระสงฆ์เดินนำหน้า ก็เพ่งจิตดูตอนนี้มือพนมไหว้ ก็เห็นพระพุทธองค์จะเป็นพระสงฆ์มนุษย์แบบเราก็ไม่เชิง เดี๋ยวเปลี่ยนไปเหมือนเทวรูป หรือพุทธรูปมีชีวิตชีวานี่แหละ ลอยนำหน้าพวกเหล่าเทพเทวดาทั้งหลาย มีทั้งพระอินทร์ พระพรหม เหล่าทวยเทพเหาะลอยตามพระพุทธองค์ เป็นริ้วขบวนตามพระสงฆ์หรือพระพุทธเจ้า รอยๆ ตัวก็มีรังสีสีทองกระจายออกมา พอลอยนำหน้ามาถึงพระประธาน พระพุทธเจ้าก็เข้าไปอยู่ในพระประธาน คือท่านถอยพระวรกายเหมือเข้าไปนั่งในองค์พระประธาน และก็เหล่าเทวดา อินทร์ พรหม  ก็มายืนประดับอยู่ด้านข้างพระพุทธรูป


กระทั่งเจ้าปู่แดง สวดพิธีเสร็จ ท่านก็เสด็จออกจากองค์พระประธานแล้วก็ลอยหายขึ้นไปบนอากาศ ก็พอดีลืมตามา ก็เห็นพวกเจ้าปู่แดงและร่างทรงทั้งคุณสมนึกกำลังนั่งดูผู้เขียนกันอยู่ ก็เลยชมเจ้าปู่แดงว่า คุณแดง คุณสวดเก่งมากนะ วันนี้พระพุทธเจ้าองค์ปางรำพึงเสด็จลอยนำหน้ามีเทพยดา พระอินทร์ พระพรหม เทวดาทั้งหลาย เสด็จมาเป็นขบวน และพระพุทธเจ้าก็เสด็จถอยพระวรกายเข้าไป คือนั่งซ้อนในพระประธาน พระพุทธรูป องค์นี้แหละและเหล่าเทพ-พรหม ก็ยืนพนมมืออยู่ด้านข้างๆ หลังของพระประธาน พูดแล้วก็ชี้มือ อธิบายให้ฟังตามที่ผู้เขียนเห็น เล่นเอาเจ้าวัดโพธิ์ แม้แต่ปู่แดงถึงกับร้องโอ้โฮ พวกร่างทรงก็พลอยตื่นเต้นกันใหญ่ ปู่แดงถึงกับพูดว่า ปู่สงค์ นี่ได้ดวงตา ตอนแรกเรียก”คุณสงค์”  ตอนนี้เรียกปู่สงค์เลย พวกร่างทรงดูจะเป็นมิตรมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็เริ่มมีความศรัทธาตัวผู้เขียน เพราะสงสัยว่า อะไรคุณสงค์เพิ่งมาครั้งเดียว เห็นโน่นเห็นนี่คนที่ตื่นเต้นมากก็คือปู่แดง เพราะคิดว่าจะได้ผู้เขียนมาเป็นเจ้าวัดโพธิ์น่ะซี นี่เป็นเพียงอารัมบทยังไม่เข้าเรื่องรักษาคนในวิหารระ ต้องเป็นวันพระหน้า เพราะเป็นวันเริ่มต้นของการรักษาในวัดโพธิ์

ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น