โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
สมัยตอนผู้เขียนเป็นเด็กๆ อยู่ในสวนพุฒตาลก็ผจญกับเรื่องผีๆ จิปาถะพอโตมาหน่อยก็ได้ยินเรื่อง
เสียงเปรตมันร้องมาจากวิมานเมฆ พวกผู้ใหญ่เขาเจอกัน แม้แต่คุณพ่อผู้เขียน
พันโทปลั่ง เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็เคยเจอจังๆ
มาแล้ว ตอนโตแล้วถึงตอนปฏิบัติ ๒๕๑๑ อายุ ๒๗ ปี ผู้เขียนก็เจอกับตัวเอง
ตอนสะพานแรกจะเข้าบ้านผู้เขียน กำลังเดินกลับบ้านประมาณ ๓ ทุ่มกว่า
ก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ด เสียงยาวแหลมมาจากอากาศก็เลยยืนมองดูตามเสียงร้อง
ก็เห็นเป็นเงายาวดำสูงๆ กำลังวิ่งก้าวยาว ผ่านหน้าผ่านตาไป เสียงก็ยังยาวตาม
แต่ไม่เห็นตัวชัด วิ่งจากตรงหน้าผู้เขียนข้ามคลองไปตามทาง ข้ามรั้วสังกะสี เข้าวิมานเมฆ
หายไปต่อหน้าต่อตา เล่นเอาขนลุก นึกด่าในใจ แม่งร้องซะขนลุกเชียว พอกลับไปถึงบ้าน
อาบน้ำเรียบร้อยก็เข้าไปนั่งในห้องรับแขก ซึ่งจะมีบิดา-มารดา พี่น้องมานั่งชุมนุมดูโทรทัศน์และคุยกันคุณพ่อก็ถามว่าไปไหนมาวันนี้ถึงกลับบ้านดึกเลย
คุณพ่อก็เคยเตือนไว้ไปไหนก็อย่ากลับดึกดื่นเกินสามทุ่มนะ แต่คราวนี้ผู้เขียนกลับเกินสี่ทุ่ม
เห็นคุณพ่อถามด้วยความสงสัย เป็นไงล่ะคืนนี้กลับดึกเจออะไรเข้าล่ะ
เล่นเอาคุณพ่อหัวเราะ
เพราะต้องเจออะไรเข้าแน่
ทีนี้ก็ทำให้ญาติพี่น้องหันมาดูกันเป็นตา
เพราะเรื่องต่างๆ มักจะเกิดจากผู้เขียนเป็นส่วนมาก ก็รู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ
ก็หันมาฟังกัน ผู้เขียนก็เล่าว่า เมื่อตอนเดินเข้ามาเมื่อกี้นี้เอง พอเดินมาถึงสะพานแรกซึ่งเป็นบ้านเก่าของพลเอกสถิตย์
ยุทธการ และต่อมาก็เป็นบ้านของพลเอกพร พอก้าวขึ้นบนสะพาน ก็มีเสียงกรี๊ดๆ ยาวแหลม
บาดหัวใจเชียว พร้อมกับมีเงาสูงยาวดำ เห็นเป็นตัวคนสูงๆ นี่แหละ
วิ่งปาดหน้าไปดื้อๆ เกือบจะเหยียบตัวผู้เขียน ห่างกันซักก้าวสองก้าวเล่นเอาตกใจ
ถึงกับร้องด่า ไอ้ห่าเกือบเหยียบหัวกูเข้าให้แล้วซิไอ้เปรต
เสียงร้องพร้อมกับมันวิ่งไปวิมานเมฆ
เล่นเอาคุณพ่อมองหน้า และก็เล่าให้ฟังว่า พ่อเองก็เจอตรงแถวนั้นแหละ
สองสามครั้ง จึงเตือนไม่ให้ลูกๆ กลับดึก เล่นเอาพี่ๆ น้องๆ นั่งมองตากัน
เพราะยังไม่เคยเจอ
แต่เปรตตัวนี้
เคยได้ยินภริยาของพลเอกพร ธนะภูมิ เคยเจอและเล่าให้ฟัง ตอนท่านนั่งสมาธิสวดมนต์
ได้ยินเสียงร้องกรี๊ด แล้วเห็นเงาสูงดำ วิ่งผ่านหน้าต่างไป ก็รู้ว่าเป็นเปรต
ต่อมาราว พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้มั้ง ผู้เขียนก็ไปนั่งสมาธิตรงบริเวณบ้านผู้เขียน
ก็ไปเจอของที่ฝั่งไว้ใต้ดิน ก็มีอาจารย์สมนึก หรือฉายา น้ำตาเทียนพิชิตโรค
รู้จักกัน มีตำหนักอยู่ตรงข้ามคานเรือปากเกร็ด
ก็ติดตามผู้เขียนมาที่บ้าน มานั่งตรวจที่ตรวจทาง
หน๊อยดันบอกไปเจอขุมทรัพย์ฝังในสวนพุฒตาล ความจริงผู้เขียนรู้แล้ว
มีฝังไหใส่ข้าวของไว้สมัยก่อน แต่อ.สมนึกบอกว่ามีทองมีเพชรฝังไว้มากมาย
ลองขุดดูไหมล่ะ ผู้เขียนก็บอกว่า อยากลองของหรือ ก็เอาซิ
อ.สมนึกก็นั่งสมาธิชี้ตรงนี้มีของมีอะไร แกอธิบายยังกับเห็นกับตา
หารู้ไม่ว่าวิญญาณที่บริเวณบ้านผู้เขียน เขามาติดต่อคุยกับผู้เขียนบ่อยๆ
ก็เลยนึกสนุก ให้อ.สมนึก แกเจอดีกันเสียบ้าง ก็จัดแจงวางแผนขุดสมบัติกันทันที
พอตอนทำพิธี
อ.สมนึกก็ทำพิธีกั้นบริเวณที่จะขุด แล้วซัดข้าวตอกไล่วิญญาณ ทีนี้ถึงพิธีขุด ก็ทำพิธีบวงสรวง
ผู้เขียนก็ปล่อยให้อาจารย์สมนึกแสดงเอง แต่ในใจผู้เขียนก็อยากจะรู้ว่า
วิญญาณในที่นี้เขาจะเอาอย่างไร แต่ก็ได้บอกผู้เขียนว่า ปล่อยให้เขาทำเถอะ ท่านก็อยู่เฉยๆ
พอสวดพิธีเสร็จ ก็ให้พรรคพวกที่มาช่วยลงมือด้วย ในพิธีอ.สมนึก
ก็เอาลูกศิษย์สาวสองสาวเข้ามานั่งในพิธี หารู้ไม่ว่า
จะทำพิธีอะไรห้ามเอาผู้หญิงเข้าไปเกี่ยวข้องในพิธี ก็เคยทักท้วงแล้ว อ.สมนึก
กลับคุยว่าไม่เป็นไร ผมคุ้มครองได้ ก็เริ่มขุดกันตอนสี่ทุ่ม ก็ขุดกันไปคุยกันไป
ถ้าได้ของมาต้องแบ่งกัน ว่ากันไป แต่ผู้เขียนเคยเห็นของอยู่ตรงทางเข้าบ้านผู้เขียน
ก็ไม่ได้บอกให้อ.สมนึกรู้ แกก็ฉลาดมาชี้ตรงที่ผู้เขียนขุดเปิดดู
เพราะได้ตะกรุดทองตะกรุดเงินใส่กระถางมังกรเก่าและมีฝาปิดไว้ ปรากฏว่า ผุหมด
เหลือที่ดีๆ แค่กำมือ อ.สมนึกก็นั่งชี้มือให้ขุดตรงโน้นตรงนี้ เผลอแพล๊บเดียวไปนั่งคู่กับลูกศิษย์สาวทั้งสอง
เรื่องแปลกก็เกิดขึ้น
ผู้เขียนเห็นอ.สมนึกไปจู๋จี๋ลูกศิษย์สาว ในจิตก็บอกว่า เดี๋ยวเถอะ อ.สมนึกโดนแน่
ลูกศิษย์สาวถึงกับนอนตักอ.สมนึก ในใจก็บอกว่า น่ากลัวจะไม่ดีละมั้ง แพล๊บเดียว
ได้เรื่องเลยละ ผู้เขียนก็กำลังนั่งดู มีกระแสฌาณอะไรส่งมาวะ ก็พอดีได้ยินอ.สมนึก
ร้องเรียกผู้เขียนเสียงหลง ก็คงเพราะตกใจ ก็ลืมตาดู ก็เห็นเหตุการณ์ อ.สมนึกกำลังคะเย่อดึงร่างลูกศิษย์สาวอยู่
ก็สงสัยว่า แกดึงสู้กับอะไร พอมองไปก็เห็นลูกศิษย์สาวถูกดึงออกนอกสายสิญจน์
ครึ่งค่อนตัวแล้ว ก็ได้ยินอ.สมนึกบอกว่า คุณสงค์ช่วยผมด้วย
ผีมันจะดึงร่างสาวออกไปพ้นสายสิญจน์แล้ว ถ้าพ้นสายสิญจน์ อาการก็จะหนัก
จึงเพ่งมองไปดู อะไรมันดึงขาผู้หญิงวะ ก็เห็นเป็นเงาดำ มีแขนเหมือนไม้ไผ่
เป็นลำดำเหมือนแขนคน ก็มองตามขึ้นไปดู ถึงกับร้อง อ้อ เปรต นี่เอง
กำลังดึงขาลูกศิษย์สาวที่ชื่อ”หน่อย”อยู่นี่เอง
กำลังชักคะเย่อกันอยู่
ก็มองดูเปรตซิ มันหน้าตาเป็นอย่างไร แขนขายาวเหมือนท่อนไม้ไผ่นั่นแหละ
แต่เป็นเงาดำให้เห็นเป็นแขน ก็ไล่ไปดูหน้าตาเปรต มันเป็นอย่างไร
มันก็ไม่ก้มหน้ามาให้ดูสักที เห็นแต่แสงไฟ เหมือนเทียนจุดไว้ตรงหัวมัน ก็นึกในใจ
ไอ้หอก อยากจะดูหน้าเปรตตัวนี้ก็ไม่ได้
หันมาดูเจ้าหน่อยลูกศิษย์สาวอ.สมนึก ก็ถูกดึงออกมาถึงคอแล้ว
ก็เลยเพ่งจิตมองหัวเปรต และบอกว่า “ปล่อยเขาซะ”
ปล่อยเขา เท่านั้น เรื่องแปลกก็เกิดตามเข้ามาอีก คราวนี้เห็นเปรต มันสะบัดแขนดำๆ
ใส่มาทางข้างหน้า เจ้าหน่อยถึงกับกระเด็นกลับเข้ามาในสายสิญจน์
และเจ้าเปรตตัวนี้ก็ถึงกับร้องกรี๊ดๆ
ก้าวขาโย่งๆ เข้าไปในรั้วเขตวิมานเมฆ หายไปต่อหน้าต่อตา
แล้วก็หันมาดูอ.สมนึก นั่งใจเสียอยู่ในวงสายสิญจน์ด้วยความตกใจและเหนื่อยใจแทบจะขาด
เพราะออกแรงชักคะเย่อกับเปรต พอสักครู่ก็เอ่ยบอกผู้เขียนว่า เลิกเถอะ พิธีแตกแล้ว
(มีต่อ)
อ.
สมนึกแกกลัวจริงๆ เสร็จแล้วก็ไปนั่งคุยกันในห้องรับแขกของผู้เขียน
ซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่ ละพี่ๆ น้องๆ เข้ามาแจมด้วย
เพราะพวกเขานั่งดูพวกเราทำพิธีขุดกัน และก็เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่รู้ว่าชักคะเย่อกับอะไอยู่
ตอนนี้จิตใจปกติแล้วก็มาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เจ้าหน่อยลูกศิษย์สาวนอนหนุนตัก
อ.สมนึกเพลิน ดันมีอะไรมาดึงขาลากออกจากวงสายสิญจน์ ร้องจ๊ากเลย คว้ามืออ.สมนึกได้ก็ดึงไว้
ตอนแนกนึกว่าดึงสู้ได้ แต่ที่ไหนกลับสู้ไม่ไหว ก็เลยต้องเรียกคุณสงค์ช่วย
มันจะแย่อยู่แล้ว ก็มีคนถามว่า อ้าว ละอาจารย์มีองค์หลวงปู่ตื้อล่ะทำไมไม่เรียกให้ท่านช่วยล่ะ
เพราะหลวงปู่ตื้อเป็นพระอริยสงฆ์ มีอานุภาพมาก เก่งมาก ก็แสดงว่า
อ้างหลวงปู่ตื้อมาลงทรง นี่ก็หน้าแตกเพราะสู้ผีเปรตไม่ได้ ถูกเปรตโยนลูกศิษย์สาว
ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์หงายท้อง อวดเก่ง เอาผู้หญิงเข้ามาในพิธีได้ ก็แย่นะซี ตั้งแต่นั้นมาอ.สมนึกไม่กล้าเหยียบย่างเข้าสวนพุฒตาลอีกเลย
เปรตในสวนพุฒตาล
ก็ยังมีให้เห็นอีกตัวอยู่ในดงต้นยางอายุเป็นร้อยปี เคยมานั่งตากลม
ก็เห็นในดงต้นยางมีอะไรอยู่วะ ก็เพ่งมองดู อ้าวเจ้าเปรตอีกตัวยืนอยู่กับต้นยาง
สูงเท่ากันเลย ก็เห็นมันยืน ส่ายหน้าล่อกแล่ก
ยืนมองดูผู้เขียน ก็เลยเพ่งจิตส่งมันไปเกิดเถิด เจ้าพ้นวิบากกรรมแล้ว
และตั้งแต่นั้นมา ผู้เขียนก็ไม่เคยเห็นหรือได้ยืนเสียงเปรตมาอีกเลย
เพราะผู้เขียนนั่งสมาธิและแผ่กุศลให้พวกเปรตพ้นทุกข์ไปน่ะซี
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า
ท่านใดมีข้อสงสัยเรื่องการฝึกสมาธิหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องฝึกสมาธิกับปู่สงค์ สามารถขอคำปรึกษามาได้เลย ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจ้า
กราบปู่ด้วยความเครพค่ะ
ตอบลบนู๋ดีใจค่ะที่มีโอกาศได้อ่านประวัติปู่อีกครั้งค่ะ