วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เสือเลียตัก

โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล

            ตอนฝึกกับหลวงตายิ้มมันสนุกขึ้นทุกวัน เรื่องของผู้เขียนจะทำอะไร หลวงตาท่านรู้หมด ที่นี้มาถึงตาผู้เขียนบ้าง หลวงตาท่านเล่าว่า ท่านไปปฏิบัติหรือธุดงส์ไปที่ไหนบ้าง ตอนท่านเล่าไป ผู้เขียนก็ตั้งจิตตามไปดู ปรากฏว่ามีเรื่องที่ไปปฏิบัติที่ป่าจังกหวัดราชบุรี แถวๆวัดหนองโกปัจจุบันนี้ พอท่านเล่า ไปนั่งสมาธิกลางป่า ก็เห็นเป็นภาพขึ้นมาในจิต ท่านนั่งสมาธิอยู่บนแท่นหิน และมีภาพเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่มากไม่ต่ำกว่า ๗-๘ ศอก ตัวเท่าม้าเขื่องๆ มานอนกลิ้งหน้าบริเวณที่นั่ง และก็มีตัวใหญ่ เดินมาหาหลวงตาและตัวหัวกลิ้งบนตัก แถมยังเลียตักหลวงตาเสียอีก ก็ฌพ่งจิตดูสิว่า เสทอมันจะกินหลวงตาหรือทำอะไรหลวงตาต่อไป ปรากฏว่า กลับเห็นหลวงตาเอามือมาลูบหัวเสือเล่นเสียอีก ก็พิจารณาดูหลวงตา ก็เห็นท่านลืมตาลูบหัวเสือเล่นยังกับลูบหัวเด็กอย่างงั้น

เออแปลกดีท่านเก่งมาก อำนาจจิตท่านสูง จึงเมตตาเสือลายพาดกลอนอย่างกับลูก  แถมยังมีเสืออีกสองตัวมานอนเล่นหยอกล้อกันอีก แต่เจ้าตัวใหญ่กลับมาเล่นกับหลวงตา หยอกล้อหลวงตา เอาหัวเกยตักบ้าง เลียตักบ้าง คลุกเคล้าหัวอยู่บนตักนั่นแหละ แพล๊บเดียว เจ้าสองตัวที่นอนหยอกล้อ ก็ลุกมาเคล้าคลอตัวหลวงตาอีก เล่นรุมกันเลย ทีนี้ก็เห็นท่านเอามือจับหัว ลูบหัวเล่นทั้งสามตัว ท่านก็เอ่ยปากพูดว่า ไปไป ไปนอนเล่นของพวกเจ้า ข้าจะนั่งสมาธิ และก็ตบตัวแบบสั่งไปในตัว ก็เห็นเสือสามตัว ขยับหัวและออกจากตัวหลวงตา ลงมากลิ้งตรงหน้าลาน แล้วก็ลุกเดินนำหน้า พากันเดินเข้าป่าใกล้ๆ ไป

พอเห็นจนจบเหตุการณ์แล้ว ก็ยังสงสัยว่า แล้วมีเหตุการณ์อะไรกับหลวงตาอีก ก็เห็นมีภาพให้เห็นต่อไปอีก กับหลวงตา ก็ดูต่อไปก็เห็นหลวงตาเดินเข้าไปในป่าแถวๆ นั้น ไปจ๊ะเอ๋กับงูเข้า ก็สงสัยว่าเป็นงูอะไร ก็เพ่งจิตดู ก็เห็นชัด เป็นงูจงอางตัวเท่าน่องได้ ชูหัวสูงว่าศรีษะหลวงตา แผ่แม่เบี้ย กำลังจ้องจะเล่นงานหลวงตาอยู่ ก็เพ่งดูอีกว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นต่อไป ก็เห็นหลวงตายืนจ้างหน้างูอยู่ นึกว่าจะฉกกัดหลวงตากลับเห็นงูจงอางผงกหัวและลดหัวลง แล้วก็กลับหลังหัน เลื้อยเข้าทางข้างป่าไป เล่นเอาผู้เขียนนึกชมอำนาจจิตบารมีของท่านจริง

พอรู้เห็นเรื่องราวของหลวงตาหมดแล้ว ก็ลืมตามาดูท่าน ก็เห็นพวกลูกศิษย์กำลังดูผู้เขียนอยู่ จึงถามหลวงตาว่า หลวงตาท่านถูกเสือมาเลียตัก ก็เล่าให้ฟัง ตอนท่านนั่งสมาธิ เสือมาขลุกขลิก บนตัดหลวงตา แถมเลียตักหลวงตาอีก เล่าตามที่เห็น เล่นเอาลูกศิษย์ที่ฟัง ถึงกับร้องโอ้โฮเลย ผู้เขียนเล่าก็ทำไม้ทำมือประกอบไป เสือมันทำอย่างไร ก็เล่าให้ฟังละเอียด ท่านลูบหัวเสือทั้งสามตัวเล่นพักนึง แล้ก็บอกให้เสือทั้งสามตัวไปหากินซะ หลวงตาจะนั่งสมาธิ ยิ่งเล่าให้ฟัง เสือมันตัวใหญ่อย่างกับลูกม้าเขื่องๆ เรียกว่าเล่าเป็นฉากๆ ละเอียดละออเลยพวกลูกศิษย์นี่นั่งฟังแล้วตื่นเต้นตามไปด้วย เล่าไปก็เหลือบตาดูหลวงตาไป ว่าท่านจะมีกริยาโต้เถียงหรือห้ามอะไร ก็ได้แต่เห็นท่านั่งเคี้ยวหมากและร้องฮึ ฮึ ฮึ ผู้เขียนก็บอกว่า เชื่อหรือไม่ก็ถามหลวงตาดูซิว่าจริงหรือไม่ที่ผมพูด เพราะเห็นอย่างไร ก็พูดไปอย่างนั้น ก็เห็นท่านพยักหน้า ก็ทำให้ผู้ฟังตื่นเต้นกันใหญ่  มีนึกว่าหลวงตาจะเผชิญหน้ากับเสือทั้งสามตัว

พอเล่าเสร็จพวกลูกศิษย์ก็หันไปดูว่าหลวงตาจะว่าอย่างไร พวกเขาไม่รู้หรอกว่าหลวงตาเราเก่ง แต่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง หรือลูกศิษย์คนไหนฟัง พอเล่าไปสักพักและดูว่าหลวงตาจะปฏิเสธไหม พวกลูกิษย์ต่างยิ้มพอใจในปฏิปทาของหลวงตา พักสักครู่ผู้เขียนก็เล่าต่ออีก พวกลูกศิษย์ก็ร้องหายังมีอีกหรือ ที่นี้หูผึ่งเลย หลวงตาก็หันมาจ้องผู้เขียนอีก ดูสิจะเล่าอะไรให้ฟัง ก็บอกว่า ตรงบริเวณที่หลวงตาไปธุดงส์หรือปฏิบัติธรรมนั่นแหละ ก็ถามว่ารู้ไหมหลวงตาเผชิญกับอะไร ก็เล่าให้ฟัง ก็เห็นหลวงตาเดินเข้าไปในป่าบริเวณนั้นแหละ ก็สงสัยว่า ท่านหยุดยืนอยู่กับที่ทำไม ก็มองตรงไปที่หลวงตาจ้องมองดู เล่นเอาต้องร้องโอ้โฮเลย  พวกลูกศิษย์ต่างก็ถามว่า พี่พี่อะไร ต้องเล่าชะงักไว้เพื่อให้พวกเขาตื่นเต้นจะได้ถามไง ก็ตอบว่า งูจงอางลำตัวเท่ากับน่องหลวงตา เล่นเอาลูกศิษย์หันไปดูน่องหลวงตากันเป็นตาเดียว น่องหลวงตาก็ใหญ่ไม่เบา พอเห็นน่องหลวงตาถึงกับร้องโอ้โฮเลย แถมยังร้องตัวเบ้อเร้อเลย และก็หันมาถามต่อว่า แล้วไงต่อพี่ ก็ตอบว่า มันก็ก็ เล่นเอาคนฟังใจหายนึกว่าจะเล่าแล้วเป็นอันตรายต่อหลวงตาน่ะซี ก็บอกว่า มันชูหัว พร้อมกับยกมือทำให้ดู สูงกว่าศรีษะหลวงตา เกือบศอกหนึ่งแผ่แม่เบี้ยใหญ่กว่าฝ่ามือแผ่อีก มันชูหัวส่ายไปส่ายมา เตรียมตัวจะฉกน่ะซี ก็ทำมือจะชกหรือฉกหลวงตาให้ดู มันยกหัวฉกอย่างนี้ สามทีเท่านั้น ก็ลดหัวลงราบกับพื้นเลื้อยเข้าป่าไปเลย เล่นเอาคนฟังสะดุ้งตามท่าทางมือฉกให้ดู ก็บอกว่า งูจงอางมันก้มหัวเคาระหลวงตา ไม่ได้ฉก ทำเป็นตกใจไปได้ มันผงกหัวไหว้หลวงตาสามที แล้วก็เผ่นเข้าป่าไป เล่นเอาคนฟังหัวใจจะวาย นึกว่ามันจะฉกกัดหลวงตาน่ะซี

แม้แต่หลวงตาฟังผู้เขียนเล่า ก็ยังส่ายหน้าเลย เพราะเล่าแล้วทำให้ลูกศิษย์ตื่นเต้นไปด้วย เล่นเอาหัวใจจะวาย นึกว่าจงอางจะแน่ เห็นไหม หลวงตาเคยเล่าให้ใครฟังบ้าง ก็ไปถามหลวงตาดูซี ว่าจริงไหม ก็บอกให้พวกลูกศิษย์ฟังว่า อย่าว่าแต่พวกที่ฟังจะตื่นเต้นเลย แม้แต่ผมเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้พวกคุณกันหรอก แต่ตื่นเต้นคนละแบบ ผมตื่นเต้นที่ได้ไปดูบารมีของหลวงตา ก็ยังสงสัยว่าหลวงตาใช้คาถาหรือบารมีบทไหนสยบเสือหรือสยบจงอาง ก็ได้คำตอบจสกหลวงตามาว่า แล้วโยมสงค์ล่ะใช้บทไหน ที่ลงไปนั่งในหลุมลูกนิมิต เล่นเอาผู้เขียนต้องไปมองดูหลวงตาบ้าง ไม่มีใครรู้ว่าผู้เขียนลงไปนั่งในหลุมลูกนิมิต และมีงูเห่าตัวเท่าลำแขนผู้ใหญ่ ยาวเกือบสองเมตรอยู่ในหลุมเดียวกับผู้เขียน หลวงตาก็บอกว่า ท่านก็ใช้บทนั้นแหละ พวกลูกศิษย์ได้ฟังผู้เขียนกับหลวงตาพูดเรื่องงู หลวงตาก็เล่าให้ฟัง โยมสงค์เคยลงไปนั่งสมาธิกับงูเห่ามาแล้วเล่นเอาคนฟังงง ลูกศิษย์กับอาจารย์คู่นี้มีความลึกลับอะไรกัน ผู้เขียนก็เล่าเรื่องหลวงตา หลวงตาก็เล่าเรื่องปฏิบัติของผู้เขียนให้ลูกศิษย์ฟัง ต่อเมื่อได้ฟังผู้เขียนเล่าเรื่องลี้ลับหรือความลับของหลวงตาออกมาให้บรรดาลูกศิษย์ฟัง จึงทำให้พวกลูกศิษย์รู้เรื่องหลวงตาดี และหลวงตาก็จะเล่าเรื่องการปฏิบัติ ประสบการณ์ของผู้เขียนให้ลูกศิษย์ฟัง พวกเขาจึงชอบฟังผู้เขียนเล่าอะไรของหลวงตาให้ฟัง


พวกเขาสงสัยกันว่าทำไมผู้เขียนรู้เรื่องการปฏิบัติหรือการไปธุดงสืของหลวงตากัน ก็เล่าให้ฟังว่า ตอนหลวงตาเล่าผมก็จับจิตตามดูหลวงตาน่ะซี มันก็เห็นขึ้นมาด้วยจิต เป็นภาพเหมือนเราดูทีวีอย่างนี้แหละ ไม่ได้ถอดจิตหรือถอดกายทิพย์หรอกพอหลวงตาเล่า จิตของผู้เขียนตามไปดูอย่างนี้ และเวลานั่งสมาธิ มีอะไรมันก็แทรกเข้ามา หรืออยากดูหรือสงสัย จิตก็จะตรวจดู ตอนนั่งสมาธิจึงได้รู้เห็นอะไรบ่อยๆ หวยก็เห็น พวกเทพเทวดาลอยมาก็เห็นคนหรือวิญญาณมานั่งปฏิบัติกับพวกเราก็เห็น เจ้าคนที่เป็นกระดูกก็เห็น จิตมันเป็นเอกัคคะตารมณ์แล้วก็จะเห็น หลวงตาพูดเข้าในพู ก็ได้ยิน ท่านส่งจิตมาสอนผม ว่าผม ก็ได้ยินหมด อยู่กันคนละมุมก็ตาม  ท่านอยู่ไกล วัดกับบ้านผู้เขียน หลวงตายังส่งกระแสจิตไปหาได้ หลวงตาท่านเก่ง รู้วาระจิต แต่ท่านไม่แสดงให้รู้เท่านั้น 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น