โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
ท่านทั้งหลายคงเคยสงสัยว่าหมอหรือแพทย์ปัจจุบันจะรักษาเรื่องราวเหล่านี้ได้
เพราะหมอไม่รู้เหตุเรื่องเจ็บป่วยเรื่องนี้ขึ้นมาถึงทำให้คนป่วยเข้ารักษาตามร.พ.ต่างๆ
มาหลายร.พ. แม้แต่หมอพระ หมอเจ้า ก็รักษากันมาเยอะ เพราะไม่รู้สาเหตุความจริงที่เกิดขึ้น
ถึงกลับรักษาเป็นสิบๆปี
นี่คือเรื่องหนึ่งที่ใช้อานุภาพของจิตหรือพลังสมาธิที่แก่กล้าหรือฌานสูงๆ ถึงจะเห็นเหตุที่เกิดทุกข์เหล่านี้ได้
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ ๓๐ กว่าปี สมัยผู้เขียนปฏิบัติรักษาคน
ตอนนั้นผู้เขียนรับราชการอยู่กองทัพอากาศทุ่งสีกัน
มีเพื่อนผู้เขียนคนหนึ่งยศนาวาอากาศเอกพาเพื่อนสองคนมาหา ทำงานอยู่ธนาคารแถวสะพานใหม่นี่แหละ
เข้ามาคุยมาปรึกษาเรื่องดวงชะตาเรื่องต่างๆ เรื่องปฏิบัติสมาธิ
หนางในสาวแบงค์เขาก็ถามผู้เขียนว่า ปู่ ปู่ แม่หนูป่วยเป็นโรคอะไรไม่รู้
รักษาตามร.พ.ที่ไหนว่าเก่ง หมอไหนว่าเก่งไม่ว่าพระ เจ้าเข้าทรงที่ไหนให้รักษาแม่
๒๐กว่าปีก็ไม่ยอมหายซักที
เมื่อผู้เขียนถูกถาม
ก็นั่งสมาธิดูให้เขา ตามอาการที่เขาเล่าให้ฟัง
จึงรู้เรื่องและเห็นเหตุที่เกิดทุกข์หรือโรคนั้น ก็เลยถามเขาว่า บ้านคุณน่ะ
อยู่หน้าวัดหรือ อยู่ริมคลองหรือ เพราะบ้านคุณไปปลูกทับตอตะเคียนเข้า
อายุไม่ต่ำกว่า ๘๐-๑๐๐ปี ประมาณ ๒ คนโอบ ที่เกิดอาการอย่างนี้เพราะอะไร
มันก็เกิดมาให้เห็นในจิตว่า แม่คุณน่ะ จะมีอาการเหมือนสำลักน้ำอั๊กๆอั๊กๆ ใช่ไหม
รักษามากี่ปีกี่หมอก็ไม่รู้ เพราะไม่เห็นเหตุ เพราะอะไร คุณรู้ไหม
เพราะเป็นภาพที่เกิดมาในจิตให้ผมเห็น ปรากฏว่าเวลาน้ำขึ้น น้ำจะท่วมตอตะเคียน
แม่คุณก็เหมือนคนสำลักน้ำจะจมน้ำ ทำท่าจะตายใช่ไหมล่ะ
เล่นเอาสาวธนาคารถึงกับมองหน้าแล้วถามว่า ปู่รู้ได้ไง ไม่เคยไปบ้านหนู
ที่ใต้ถุนบ้านเปิดเป็นร้านขายอาหารขายก๊วยเต๋ยวใช่ไหม สาวธนาคารก็ตอบว่าใช่!!
ปู่ไม่เคยไปแล้วรู้ได้ไง ใต้ถุนบ้านมีตอตะเคียน
หมอทั้งหลายไม่รู้ความจริงเรื่องนี้ถึงรักษาส่งๆไป ให้อ๊อกซิเย่นบ้าง
ว่าเป็นโรคหัวใจบ้าง ความดันบ้างทจะผ่าตัดบ้างสารพัด และเมื่อเอ็กซเรย์แล้ว
ตรวจแล้ว มันก็ไม่มีโรคอะไรให้เห็น เลยไม่สามารถจะผ่าตัดได้
ถึงได้รักษากันมาถึงทุกวันนี้
ผู้เขียนก็บอกสาวธนาคารว่า
พรุ่งนี้มารับผมไปดูที่บ้านคุณนะ
สามธนาคารก็อธิบายเรื่องตะเคียนถูกตัดเหลือแต่ตอและจมอยู่ใต้บ้านมา ๒๐ปีจริงๆ
สาวธนาคารก็สงสัยว่ารู้ได้ไง เห็นได้ไง แม้แต่เพื่อนที่เป็นน.อ.อุดม เกิดดี
เพื่อนแท้ๆ ยังไม่รู้ว่าผู้เขียนรักษาคนมาตั้งเท่าไหร่ แล้วก็ถามผู้เขียนว่า เฮ้ย! มึงรู้ได้ไงวะ!! ก็บอกว่าพรุ่งนี้ไปพิสูจน์กัน
พอหันมาดูสาวธนาคารก็มองตาแป๋วเลย ยัง งง ว่ารู้ได้ไง เห็นได้ไง
พรุ่งนี้ไปพิสูจน์กัน!!!
วันรุ่งขึ้นก็ไปตามนัด
น.อ.อุดมเป็นคนพาไป ไม่แน่ใจชื่อวัดโพธิ์เรียงหรือโพธิ์เวียง
ที่อยู่เลยวัดโพธิ์ทองบนไปจำได้แค่นี้ พอไปถึงบ้านซึ่งอยู่หน้าวัดจริงๆก็เดินไปดู
ข้างหน้าเป็นคลอง ก็มีบ้านต่างๆ อยู่หน้าวัด ปลูกกันเต็มไปหมด
พอไปถึงบ้านสาวธนาคาร ไปดูใต้ถุนบ้านที่ยกสูง ก็ปรากฏว่า โอ้....มีตอตะเคียนจริงๆ
น้ำมันท่วนตอตะเคียน แม่คุณถึงมีอาการสำลักน้ำ ก็ให้ไปเอาเสื่อมานั่ง
เพ่งจิตรักษาแม่ตะเคียน ประสานแผล ประสานเนื้อ ประสานหนังให้แม่ตะเคียน ต่อแขน
ต่อขาให้เรียบร้อยและรักษาให้ ใช้พลังจิตสมาธินี่แหละ พอเพ่งจิตรักษาให้เสร็จ
ก็ขึ้นไปนั่งบนบ้าน ก็บอกให้ลูกสาวกับแม่ไปหาซื้อตุ๊กตาหรือหุ่นผู้หญิงมา
และบอกแนะนำคนป่วยว่าไปยืนเพ่งที่ตอตะเคียนซิ ถามแม่ตะเคียนว่าต้องการหุ่นแบบไหน
หน้าตาแบบไหน ไปดูไปเลือกเอา และไปซื้อมา พอสักครู่ใหญ่ๆ เขาก็หอบเอาตุ๊กตา
อุปกรณ์ทั้งหลายมาวางอยู่หน้าโต๊ะเอาผ้าขาวปู
ก็นั่งสมาธิอันเชิญวิญญาณแม่ตะเคียนมาเข้าหุ่น และทำพิธีเปิดเนตร เปิดโอษฐ์
เสริมบารมีให้ รักษาให้แม่ตะเคียนอีกทีนึง พอเสร็จแล้ว ก็เชิญขึ้นหิ้งให้แม่ตะเคียนขึ้นมาอยู่บนหิ้งนี้
แล้วก็สอนลูกสาวทำยังไง บูชายังไง ดอกไม้ธูปเทียนยังไง แล้วก็กลับ
วันรุ่งขึ้นอีกวัน
ไปดูอีก ไปนั่งที่ร้านสาวธนาคารนั่งดูกับลูกสาวเขา ดูน้ำขึ้นว่าเป็นยังไงบ้าง
คนป่วยก็มานั่งดู ปรากฏว่าน้ำขึ้นท่วมตอ คนป่วยก็นั่งเฉย นั่งปกติ ไม่เป็นอะไรเลย
กลับปกติ เล่นเอา ๒คนแม่ลูกหันมามองตากัน คนป่วยถึงก้มลงกราบ ๒๐กว่าปีหายแค่
๒วันเอง พ่อเอย แม่เอย ก็สงสัย
ไม่น่าเชื่อ แม้แต่พี่น้องก็ไม่เชื่อ ๒๐กว่าปีแค่ ๒วันหายได้ ทุกคนทึ่ง นี่คืออานุภาพของการปฏิบัติสมาธิที่สามารถใช้สมาธิรักษาคน
รักษาวิญญาณ แพทย์ที่ไหนในโลกรักษาได้แบบนี้บ้าง
หารู้ไม่ว่าสมาธิของพระพุทธศาสนามีประโยชน์มากมายและลึกซิ้ง
แต่เราชาวพุทธกลับไม่รุ้ความจริงของพุทธศาสนา สมาธิ สมถะ วิปัสสนา
เป็นความรู้ที่ประเสริฐเลิศที่สุดในโลก
เมื่อรักษาหายแล้วก็อธิบายให้พวกเขาฟัง
เมื่อเราช่วยวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนพ้นทุกข์แล้ว ด้วยอานุภาพของจิต
แม่ตะเคียนก็มาช่วยมนุษย์ด้วย ที่มีคุณแก่เจ้าแม่ ทำให้กิจการขายดี มีโชคลาภ
ครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง เรียกว่า คนช่วยผี ผีช่วยคน คนช่วยวิญญาณ
วิญญาณก็ช่วยคน พวกท่านรู้ไหม นี่คือ ความลี้ลับของจิตสมาธิหรือจิตวิญญาณ
ที่หมอทั้งหลายหรือพระสงฆ์องค์เจ้าไม่ปฏิบัติไม่รู้ ทุกวันนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงกับผู้ไม่ปฏิบัติถึงได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน
ไอ้พวกที่ปฏิบัติก็ว่าผีมีจริง วิญญาณมีจริง พระพุทธเจ้ามีจริง ไอ้พวกไม่ปฏิบัติก็ว่า
ผีไม่มีจริง วิญญาณไม่มีจรจิง พระพุทธเจ้าไม่มีจริง ท่านจะเลือกแบบไหน
ท่านจะเลือกสมาธิ สมถะ วิปัสสนา หรือจะเลือกพวกที่ปฏิบัติไม่เป็น ไม่รู้เรื่อง
ก็เลือกเอาเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น