วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564

ทัวร์วิญญาณ


โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล


เพราะพวกท่านอยากจะรู้ว่าตายแล้วไปไหนกันเท่าที่ผู้เขียนค้นคว้าและศึกษามาประสบการณ์ด้วยตัวเองได้พบว่าบรรดาคนตาย เวลาวิญญาณออกจากร่างโดยมากจะเห็นเป็นรูปร่างคนตายนี่แหละ ออกจากกายคนตาย วิญญาณออกจากร่างก็ลอยไป ลอยไปไหนล่ะ หน้าต่างบ้าง ประตูบ้าง ถ้าอยู่ตามป่าตามเขาก็เห็นวิญญาณลอยออกจากถ้ำไปตามฮวงซุ้ยตามวัดวา ตามโรงพยาบาลก็เห็นวิญญาณนี่แหละเดินปะปนไปกับคน แต่เราไม่รู้ว่ามันเป็นวิญญาณหรือคน เพราะเราไม่มีสามารถมีจิตเห็นได้ นอกจากผู้ปฏิบัติสมาธิเท่านั้น และจิตต้องเป็นเอกัคคตาหรืออุปจารสมาธิ จึงเห็นเรื่องจิตเรื่องวิญญาณได้ เพราะที่เห็นวิญญาณต่างๆมา มันเป็นรูปร่างเหมือนคนนี่แหละ แต่เราไม่สามารถเท่งเห็นได้ จึงรู้แต่ว่านี่เป็นรูปร่างของคน ไม่รู้ว่าเป็นรูปร่างของวิญญาณ ถ้าเรามีจิตสมาธิ เราสามารถรู้ว่า ไอ้วิญญาณเป็นร่างโปร่ง มองก็รู้ว่ามันเป็นวิญญาณไม่ใช่คน เพราะมนุษย์จะมีตับไตไส้พุงอาการ 32  มองทะลุไม่ได้ วิญญาณมองทะลุได้ ถ้ามีจิตสมาธิแล้ว เดินผ่านวิญญาณหรือเจอวิญญาณ เราสังเกตง่ายๆมันเหมือนคนตัวเบาไม่มีน้ำหนัก ไม่มีอานุภาพของจิตอยู่ในตัว ไม่มีอณูอยู่กาย ถ้าเจอกับพวกเรา มันจะไม่สบตาเรา เราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นคนหรือผี แต่ผู้ปฏิบัติจะรู้ไอ้นี่ไม่ใช่คนแต่เป็นผี เพราะจิตสัมผัสได้ ท่านจะเห็นผีหรือเห็นวิญญาณสัมภเวสี โอปปาติกะ ท่านจะต้องมีสมาธิเท่านั้น ต้องเข้าอุปจารสมาธิแท้จริง จิตตัวรู้ตาตัวเห็น ท่านจะรู้เรื่องผีเรื่องวิญญาณยิ่งปฏิบัติเข้าไปอีกจากอุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ ถึงปรมัตถะสมาธิ ท่านก็เห็นเรื่องจิตวิญญาณอย่างชัดเจนได้ไกล 


เรื่องทัวร์วิญญาณ ก็คือ ผู้เขียนได้ออกไปประสบการณ์ตามที่ต่างๆ ตัวอย่างแรก ผู้เขียนไปงานผ้าป่าและกฐินพี่วัดพันล้าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตอนนั้น พระมหาทวีปเป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณพ.ศ 2520  ก็กำลังยืนรอต้อนรับแขกคณะผ้าป่าหรือกฐินกับมหาทวีป ผู้เป็นเจ้าอาวาส รถทัวร์ก็มาจอด ผู้โดยสารทยอยลงมา มีกลุ่มหนึ่งประมาณ 10 กว่าคนได้ลงมาหลังสุด พร้อมกับเสียงคนร้องด้วยความเจ็บปวด โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย เจ็บเหลือเกิน  10 กว่าคนที่ลงรถมาทีหลังเป็นกลุ่มร่างทรงกัน มารวมตัวกันช่วยคนเจ็บที่ร้องเจ็บเหลือเกิน  เจ็บเหลือเกิน ผู้เขียนเห็นเหตุการณ์ ยืนดูเหตุการณ์พร้อมเจ้าอาวาส พวกคนทรงก็ลงมารักษาพูดภาษาเทพ  ภาษาแขกยุ่งไปหมด คนป่วยก็ยังร้องโอ๊ยโอ๊ย แสดงความเจ็บปวดตลอดเวลา ตอนนั้นผู้เขียนยืนดูกับพระ และลูกศิษย์ผู้เขียนชื่อเล้ง เห็นว่าทำไมรักษากันนานจัง ส่วนไอ้คนป่วยก็ร้องไม่หยุด ร้อง ร้อง ร้องอยู่นั่นแหละ ผู้เขียนก็เดินไปดูในกลุ่มร่างทรงที่รักษาคนป่วยอยู่ พร้อมกับพูดว่า พวกท่านถอยไปซะ ขอเพ่งจิตกับคนป่วยก็หยุดร้องทันที ได้ยินเสียงคนป่วยบอกว่า ท่านปู่ช่วยลูกด้วยครับ เจ็บเหลือเกิน ผู้เขียนเพ่งจิตดูก็เห็นวิญญาณในร่างคนป่วยเลือดเต็มหัว  เอ๊ะ  ไอ้นี่มันเป็นวิญญาณที่ถูกปืนยิงหน้าผากนี่ เลือดเต็มไปหมดเลย เพ่งจิตรักษามันไม่ให้ปวด รักษาประสานแผลให้มัน ปรากฏว่าวิญญาณหายเจ็บ และวิญญาณนี้มาจากไหนก็ดูต่อไปอีก ไอ้คนป่วยเดินผ่านเมรุมา คนป่วยเป็นผู้หญิงแต่เสียงที่ร้องเจ็บปวดเป็นเสียงผู้ชาย คือวิญญาณผู้ชายสิงอยู่ ตอนคนป่วยเดินผ่านเมรุ  เดินสะดุดล้มเซก็ถูกไอ้วิญญาณนี้สิง วิญญาณนี้เป็นหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์เป็นผู้ชาย ศพมันอยู่ข้างเมรุนี่เอง มันถึงเข้าสิงร่างผู้หญิงคนนี้และตามร่างนี้มาเพื่ออะไรรู้ไหม เพื่อจะให้ช่วยมัน


พอผู้เขียนเพ่งจิตรักษามัน  รักษาความเจ็บปวดให้มัน วิญญาณก็หายปวด บอกวิญญาณไปเกิดซะ เจ้าพ้นทุกข์แล้ว พอวิญญาณออกไป คนป่วยลุกขึ้นมานั่ง เป่าเรียกจิตกลับมา ร่างก็หายเป็นปกติ และเล่าให้ฟังว่าได้เดินผ่านเมรุจริงๆ ไอ้ต่นที่จะไปขึ้นรถผ้าป่าและที่เมรุก็มีศพคนถูกยิงตายจริงๆ ถูกยิงที่หน้าผากด้วย พวกกลุ่มร่างทรงที่มาช่วยร่างนี้ครั้งแรก ต่างก็สงสัยทำไม พวกเขาตั้งหลายคนช่วยกันรักษาร่างนี้กลับไม่หาย ถามผู้เขียนว่า ท่านเป็นปู่อะไรถึงได้รู้เรื่องนี้ ที่เขาไม่เห็นผู้เขียนเป็นใคร เพราะบารมีที่ต่ำกว่า ปฏิบัติไม่สูงพอ อาศัยแต่องค์อาศัยแต่ญาณ ถ้าปฏิบัติสมาธิ จะเห็นว่าองค์ของผู้เขียนคือใคร ผู้เขียนปฏิบัติสมาธิจึงสามารถรู้เห็นวิญญาณและสามารถช่วยวิญญาณพ้นทุกข์ได้ จึงรู้ว่าวิญญาณตายแล้วไปไหน หลังจากรักษาวิญญาณรถทัวร์แล้ว ตอนเย็น ยังไปรักษาวิญญาณที่อยู่ต้นตะเคียนในวัดพันลานอีก ก็ไปยืนดูต้นตะเคียนที่วัด ได้ยินเสียงแม่ตะเคียน ท่านปู่ช่วยลูกด้วย เขามาตอกตะปูไว้ เจ็บเหลือเกิน ก็เงยหน้าขึ้นไปดู มีไม้หน้าสามตอกติดกับต้นแขวนไฟไว้ตรงกิ่งเบ้อเร่อ ทำไงล่ะ  ก็ยืนเพ่งจิตถอน สวดถอน บอกลูกศิษย์ชื่อเล้ง ไปเอาค้อนมาถอนตอไม้ออก ถอนตะปูออก เจ้าอาวาสก็สงสัยโยมทำอะไร แม่ตะเคียนบอกให้ช่วยเขาหน่อยเขาเจ็บของเขา พอถอนเสร็จ   ก็เอามือแตะกับกิ่งที่เจ็บนั่นแหละ เพ่งจิตให้หายเจ็บหายป่วยต่อเนื้อต่อหนัง พระที่มายืนดู  ก็คือเจ้าอาวาสวัดพันลาน พอช่วยเสร็จ แม่ตะเคียนก็บอกว่า ท่านปู่ช่วยพี่อีกด้านหนึ่งด้วย อยู่ใกล้ๆนี่แหละ ก็ดูอ้าว ไม่มีต้นนี่หว่า ไม่มีต้นตะเคียนอยู่ มีแต่ตอถูกเผา ก็ยืนเพ่งดูอีก เพ่งจิต  ขอเพ่งจิตได้ยินเสียงแม่ตะเคียนที่ต้นถูกไฟเผาตอ นอนครวญครางอยู่ก้นหลุม ร้องโอ๊ย โอ๊ย  โอ๊ย  เจ็บเหลือเกิน ก็ยืนนิ่งบอกลูกศิษย์ไปเอาน้ำมนต์มา ก็เสกเพ่งจิตเอาน้ำมนต์ พรมรักษาให้หายเจ็บปวด เจ้าแม่ก็หาย เจ้าแม่บอกขอบพระคุณท่านปู่ ลูกหายปวดแล้ว พอหายก็เปิดให้แม่ตะเคียนขึ้นมา ให้อยู่กับต้นน้องสาว นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลก 


เพราะพลังจิตจากสมาธิที่ผู้เขียนปฏิบัติมา รักษาได้กระทั่งแม่ตะเคียนแล้วหาย แม่ตะเคียนบอกขอบพระคุณท่านปู่ เรารู้ว่า วิญญาณหายเจ็บป่วย บอกแม่ตะเคียนอยู่กับต้นน้องสาวนะ แล้วหันหลังขึ้นศาลาก็ได้ยินเสียงแม่ตะเคียนบอกว่า ท่านปู่เลขท้ายรถท่านปู่ดี อย่าลืมซื้อนะ รถคันนี้เป็นรถลูกศิษย์ชื่อเล้ง เลขท้ายรถ  4 8 7  พอขึ้นไปศาลา ไปเจอกลุ่มร่างทรงที่เจอช่วงเย็น มานั่งรอผู้เขียนอยู่ และหนึ่งในร่างทรงนี้กลับมีคนนึงเคยเป็นอาจารย์ของลูกศิษย์ผู้เขียนที่ชื่อเล้งมาก่อน ก็ถามผู้เขียนอีกว่า ปู่เป็นใคร  ฉันก็เป็นฉันนี่แหละ ปฏิบัติสมาธิบ่อยๆ ก็มีพลังอำนาจจิตทั้งนั้นแหละ นั่งสมาธิก็สามารถเห็นคนนี้ถูกอะไรมาโดนอะไรมา ร่างสูงก็มีเป็นชั้นๆไป   เป็นพรหม  เป็นเทพ เป็นมหาพรหม พวกเขาก็นั่งดู  ยังสงสัยอยู่ว่าผู้เขียนเป็นปู่องค์ไหน ทำไมเจ้าเล้งเรียกปู่ๆ ทั้งๆที่อาจารย์คนเก่ามีร่างทรงนารายณ์ แต่กลับไม่เห็นผู้เขียน  แล้วเจ้าเล้งมาเรียบเรียงเขียนว่าปู่ ก็ถามเจ้าเล้งว่า ท่านปู่ท่านนี้มีพระนามอะไร เจ้าเล้งตอบว่า ปู่คือปู่สงค์ สวนพุฒตาล เขาบอกไม่ใช่ หมายถึงองค์ในท่านปู่คือใคร แล้วเจ้าเล้งก็ตอบว่า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า ปู่ส่องโลก เท่านั้นแหละพวกร่างทรงก้มกราบเป็นแถว เจ้าหญิงก็เล่าให้ฟังถึงรายละเอียดเป็นปู่สงค์ดอนเมือง ปู่สงค์วัดโพธิ์ ปราบมาเยอะแล้ว  ช่วยคนมาเยอะแล้ว พวกร่างทรงจึงบอกมิน่า ถึงไม่เห็นองค์ท่าน


และตอนต่อไปของการทัวร์วิญญาณตายแล้วไปไหน ตายแล้วกลับชาติมาเกิด  ผู้เขียนมีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ ประชา ยิ้มพรพิพัฒน์ผล เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมสร้างเขา วัดหลวงพ่อใหญ่ วัดหนองหอย  จังหวัดราชบุรี ผู้เขียนเคยรักษาภรรยาเขาให้หายจากโรคจิตโรควิญญาณ เขาป่วยมา 7-8 ปี รักษาหลายที่ก็ไม่หาย เพราะเป็นโรคจิตวิญญาณ ผีสิง  วิญญาณสิง พอรักษาหาย ประชาและครอบครัวก็เป็นลูกศิษย์ผู้เขียน และร่วมสร้างเขาหลวงพ่อใหญ่วัดหนองหอย ราชบุรี ปรากฏว่าประชาคนนี้แหละ มีดวงชะตาไม่ค่อยดี ก็เตือนเรื่องขับรถต้องระวังนะจะมีอุบัติเหตุ ปรากฏว่าวันที่เกิดเหตุขับรถไปชนท้ายรถขนท่อ พ่อก็แทงกระจกหน้าทะลุข้างหลังไปถูกหลานชายประชาขอหักตาย อายุประมาณ 5-6 ขวบ วิญญาณเด็กอาละวาดอยู่เรื่อยกับญาติประชา เข้าสิงร่างยายบ้าง เข้าสิงน้าบ้าง ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ออก ผู้เขียนก็ไปรักษาให้ บอกว่าอีก 3 ปีค่อยมาเกิดใหม่นะลูก วิญญาณก็ตอบครับ หยุดอาละวาด นายประชาผู้เป็นปู่ของเด็ก ดันเอากระดูกเด็กไปใส่สารหน้าบ้านทำให้เกิดวิญญาณอาละวาดอยู่เรื่อย ผู้เขียนไปแก้ไขถึงได้หาย ปกติประชารักษ์หลานคนนี้มาก จะให้หลานมาเกิดอีกให้ได้ ผู้เขียนบอกรออีก 3 ปีค่อยมาเกิดใหม่ พอผ่านไป 3 ปีก็มาเกิดใหม่จริงๆ หน้าเหมือนคนเดิมไม่มีผิด รูปร่างหน้าตาเหมือนเด๊ะ ไอ้วิญญาณมันไม่ใช่ลงนรกขึ้นสวรรค์ทันทีเลย เด็กคนนี้ป้วนเปี้ยนในโลกมนุษย์นี่แหละ ปู่ก็ทำความดีสร้างพระสร้างกุศลอยู่เรื่อย แต่ความด้วยอานุภาพของครูบาอาจารย์ผู้เขียน และบารมีที่ผู้เขียนปฏิบัติมาจึงสามารถให้วิญญาณกลับมาเกิดได้


บางคนเห็นรถที่เกิดอุบัติเหตุ  เห็นศพลอยน้ำมามีทรัพย์สินที่ติดตัวศพ ท่านไปเห็นเข้าเกิดความโลภอยากได้ทรัพย์สินเขา แอบปลดสร้อยทอง เอากระเป๋าตังค์ ของมีค่าเขามา ท่านรู้ไว้ซะด้วย  อย่านึกว่าเขาตายเขาไม่รู้สึกนะ  แต่วิญญาณมันยังมี มันเที่ยวลอยไปอีก บางคนเขาหวงของเขายิ่งกว่าห่วงที่ หวงผัว หวงเมีย  หวงที่ดิน เพราะฉะนั้นให้คนตายก็ยังห่วงของเขา ท่านที่ชอบไปขโมยของ ขโมยทองกัน รู้ไหมวิญญาณมาทวงของเลยเจ็บป่วยอยู่ทุกวันแหละ รักษาไม่หายนอนคลังฮือ ฮือ  พอเข้าไปใกล้คนป่วยก็บอกเอาของกูมา เอาของกูมา พอเราเห็น  เอ!!  ทำไมผีพูดอย่างนี้  ขอเพลงไปที่คนป่วยก็จะเห็นภาพเหตุการณ์คนป่วยไปทำชั่ว  ทำบาป    ทำกรรมอะไร ผีมันมาทวงของก็เลยถามคนป่วย คนตายลอยน้ำมาติดท่าหน้าบ้าน คนป่วยไปซักผ้าไปเจอศพมีสร้อยทองเป๋าตัง นึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ผีมันเห็น ก็ปลดของเขา ผีมันก็ตามมาสิ เกิดอาการเจ็บป่วยเป็นนู่นเป็นนี่

ผู้เขียนไปเจอคนป่วยคนนี้ก็เลยรู้สาเหตุ บอกอ้าวเอาของไปคืนเขาซะ ผีมาทวงของแล้ว คืนที่ไหนล่ะ บัตรประจำตัวเขามี ส่งญาติเขา และให้ผียกโทษคนป่วยเสีย พอเอาของไปคืน  คนป่วยก็หาย ก็ไปเอาของเขา ก็ถูกทำโทษน่ะสิ 


และมีอีกเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนชอบเข้าไปนั่งสมาธิในโบสถ์ ได้พบเหตุการณ์หนึ่ง มีคนเดินเข้ามาในโบสถ์ แล้วมีวิญญาณตามเข้ามาด้วย พอมาเจอผู้เขียนเข้า วิญญาณก็เกิดความกลัว ผู้เขียนก็ถามวิญญาณว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน แต่วิญญาณก็ยังกลัวอยู่  ก็เลยนั่งเพ่งดู  อ๋อ วิญญาณต้นนี้คือวิญญาณหญิงสาวอายุประมาณ 17-18 ปี  ปีถูกฆ่าชิงรถมอเตอร์ไซค์ พอผู้เขียนมองดู วิญญาณก็เข้าพี่สาว  3คน เข้าทั้ง 3 คน เข้าพี่คนนี้และออกมาเข้าพี่อีกคนนึงสลับไปสลับมา ก็บอกวิญญาณว่าเจ้าไม่ต้องกลัว ไม่ทำร้ายเจ้าหรอกมีอะไรก็บอกมา ผีก็เลยเล่าให้ฟังว่า ถูกฆ่าตายชิงรถไป ถามความประสงค์ของวิญญาณว่าเจ้าต้องการให้ช่วยอะไร วิญญาณบอกว่าหนูไม่อยากไปไหนอยากอยู่กับพี่น้องและครอบครัว ปู่ไม่ไล่เจ้าหรอก ไปพาแม่เจ้าไปซื้อหุ่นผู้หญิงมา เดี๋ยวปู่จะช่วยให้เอง สักพักนึงแม่กับวิญญาณที่เข้าลูกสาวก็กลับมาพร้อมหุ่นผู้หญิง ก็เลยทำพิธีเปิดหุ่นเชิญวิญญาณเข้าอยู่ในหุ่น วิญญาณจึงออกจากคนที่สิ่งมาอยู่ในหุ่นและคนป่วยก็หายเจ็บป่วย คนมักคิดว่าผีเข้าโบสถ์ไม่ได้ แต่จริงๆ ผีก็เข้าโบสถ์ได้เหมือนกัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น