โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล
ท่านคงจะสงสัยว่าผู้เขียนมาเขียนเรื่องตายแล้วไปไหนได้อย่างไร หรือบางคนก็สงสัยว่าเคยตายแล้วหรือ?? ถึงได้มาเขียน บวชเรียนมาขนาดไหนหรือถึงกล้ามาเขียน ถึงรู้เรื่องตายแล้วไปไหน ผู้เขียนก็ขอออกตัวก่อนว่ายังไม่เคยตาย ไม่เคยคิดถึงระดับมหาหรือระดับเกจิอาจารย์ทั้งหลาย แต่...เป็นผู้ปฏิบัติ ผู้ฝึกสมาธิ สมถะ และวิปัสสนา มาแค่ ๕๐ กว่าปีเท่านั้น!!! จึงได้เอาความรู้ประสบการณ์ที่พบเห็นมาด้วยตัวเอง พบเห็นเรื่องจิตวิญญาณ และการรักษาช่วยเหลือคนป่วย ช่วยเหลือวิญญาณ จะเป็นพวกสัมภเวสี หรือโอปปาติกะ ที่พวกท่านทั้งหลาย ก็เคยถกเถียงกันมา เรื่องผีไม่มี วิญญาณไม่มี เทวดาไม่มีหรือตายแล้วดับไม่มีวิญญาณ ไม่มีอะไรทั้งนั้นบางรายไม่ว่าพระ...เจ้า...ฆราวาส...ที่บอกว่าผีไม่มี วิญญาณไม่มี แล้วยังถกเถียงกันว่า นั่งสมาธิแล้วเห็นโน่น เห็นนี่ไม่จริง พวกดังกล่าวที่ว่านี้ ไม่เคยฝึกสมาธิ สมถะ วิปัสสนา จึงไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่แท้จริง เพราะไม่รู้จักพระพุทธศาสนา
ผู้เขียนได้ฝึกสมาธิมาตั้งแต่พ.ศ.๒๕๑๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงกล้าเอาความจริงของพุทธศาสนา เรื่องสมาธิ สมถะ วิปัสสนา มาถกเถียงความจริงกันและขอบอกกล่าวให้เข้าใจไว้ด้วยไม่ใช่อุตริ หรืออวดอ้างอะไร แต่เป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนประสบการณ์ด้วยตนเอง ฝึกมาด้วยตนเอง ตามหลักของพุทธศาสนา แค่นั่งสมาธิคืนเดียวก็ได้สมาธิ หรืออุปจารสมาธิ จิตตัวรู้ ตาตัวเห็น เห็นจิตวิญญาณและยังได้หลักเพ่งอากาศไม่มีที่สิ้นสุด หรืออากาสานัญจายตนะฌานได้คืนเดียว คืนที่ ๒ ก็มาได้เรื่องฌาน วิตก วิจารณ์ ปิติ แล้วก็เอกัคคตาและอุเบกขา จิตคือตัวรู้ ตาคือตัวเห็น ก็คือจตุตถ ชายฌานหรือฌาน 4 ได้ในคืนที่ ๒ และก็นั่งสมาธิพิจารณาในกายหรือสมถะ ๔๐ ก็คืออาการ ๓๒ นี่แหละ ตลอดมาจึงได้รู้เห็นเรื่องจิตวิญญาณทั้งหลาย เพราะเห็นในกาย ในตัวเรานี่แหละ ถึงได้เห็นเรื่องจิตวิญญาณ เวลาตายแล้ววิญญาณไปไหน ออกจากร่างอย่างไร เพราะสมถะ ๔๐ ได้สอนให้เรารู้เห็นเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสมถะ ๔๐ นี่แหละ เห็นในกาย ดูในกาย พิจารณาในการ อสุภะ๑๐ เราถึงได้รู้เรื่องนี้เวลาตายแล้ววิญญาณออกจากร่างอย่างไร มันไปไหนบ้างมันไปยังไง ถ้าคนเราตายไปก็เห็นวิญญาณตัวเดียว ถ้านับคนทั่วโลกตายแล้วไปที่ไหนกันหมด คนตายเยอะแยะเป็นล้านๆ แล้วท่านจะรู้หมดไหมตายแล้วไปไหนกัน ท่านต้องเห็นวิญญาณทั้งหลายที่ตายแล้วเป็นร้อยเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านแล้ว ท่านถึงจะมาอธิบายเรื่องวิญญาณได้ แล้วใครล่ะ จะได้เห็นวิญญาณได้เยอะแยะเป็นหมื่นตัว แล้วจะกล้ามาเขียนเรื่องวิญญาณตายแล้วไปไหน ถ้าท่านไม่ได้ศึกษาสมาธิของพุทธศาสนาท่านก็จะไม่รู้เรื่องนี้
เรื่องวิญญาณตายแล้วไปไหน เพราะสมาธินี้ ยิ่งฝึกยิ่งรู้ ยิ่งฝึกยิ่งเห็น ฝึกมากยิ่งเห็นมาก ยิ่งเห็นทะลุมิติเลยทะลุจักรวาล นั่นแหละ พวกท่านไม่รู้หรอก พระอนาคามี พระอรหันต์ ถึงจะรู้เรื่องพระพุทธศาสนาดี ทุกวันนี้ถามจริงๆเถอะ พระองค์ไหนรู้เรื่องพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าอยู่เหนือจักรวาล เหนือจักรวาลก็คืออนันตจักรวาล มีแต่พระอนาคามีกับพระอรหันต์เท่านั้นที่รู้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน นอกนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ และท่านจะไปรู้เรื่องวิญญาณได้ไง วิญญาณมีเยอะแยะไปหมดทั่วโลก เรื่องวิญญาณอยู่ที่ไหนบ้าง เรื่องวิญญาณอยู่ที่ไหนบ้างไป นอกจากศาสนาพุทธรูปรวมไว้โดยพระอริยสงฆ์หรือพระอรหันต์ ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ก็มีนรก สวรรค์ โลกมนุษย์ สามภพนี้เท่านั้น และพระองค์ไหนที่เก่งปฏิบัติถึงได้รู้เห็นวิญญาณเป็นล้านๆตัว ไปอยู่ไหนบ้าง อธิบายกี่ชาติก็ไม่จบ ตายแล้วกลับมาเกิดอีกกี่ภพกี่ชาติก็ยังไม่รู้ว่าวิญญาณไปไหน โลกมันกว้างขนาดไหน นอกจากฝึกสมาธิ!!! เพราะสมาธิ สมถะ วิปัสสนานี่แหละ ให้เราเห็น ที่เราเห็นนรกสวรรค์มีจริงไหม บาปบุญคุณโทษมีจริงไหม ผีหรือวิญญาณมีจริงไหม นรกสวรรค์มีจริงไหมที่ผู้เขียนเห็นมาเยอะ ประสบการณ์เรื่องวิญญาณไม่ว่าเป็นวิญญาณ ผี สัมภเวสี โอปปาติกะ ความลี้ลับของพุทธศาสนาอีกเยอะแยะ ที่เราชาวพุทธไม่รู้เรื่อง นอกจากพระอริยสงฆ์ โสดา สกิทาคา อนาคามี หรืออรหันต์เท่านั้นที่รู้ บรรดาเกจิอาจารย์ทั้งหลายที่ไม่ฝึกสมาธิ ไม่รู้หรอก ผู้เขียนเห็นมาเป็นพันๆหมื่นๆวิญญาณ ป่าช้า ฮวงจุ้ย สุเหร่า ผีทั่วๆ ไป ผีญี่ปุ่นเป็นกองทัพ ผีฝรั่ง ผีแขก ทุกชาติทุกศาสนา จะไม่เป็นหมื่นๆแสนๆวิญญาณหรือ แม้แต่สัตว์เมื่อตายไปก็เป็นวิญญาณ
ท่านรู้ไหม? เวลาคนจะตายจะมียมทูตมายืน คนไหนจะตายก็มียมทูตรอรับวิญญาณก็มี ไม่ได้มารอรับก็มีเยอะแยะไปหมด คนตายมีหลายอย่าง ตายแบบธรรมดา ตายเพราะโรค ป่วย แก่ ชรา หรือหมดอายุ ตายแบบตายโหง ต้องรู้อีกตายโหงตายยังไง ตกน้ำตาย ถูกฆ่าตาย รถชนตาย ผูกคอตาย พวกนี้เขาเรียกตายโหง แล้วท่านเห็นกันบ้างไหมรู้กันบ้างไหม เวลาคนตายนำไปรดน้ำศพ มัดตราสัง ท่านดูเถอะถ้าท่านมีจิตเป็นสมาธิ ท่านจะเห็นพวกยมทูตมายืนรอก็มี ไม่มายืนรอก็มี ก็เพราะอะไรล่ะ ท่านรู้ไหม ท่านก็ไม่รู้หรอก ไอ้คนที่พาเอาวิญญาณไปก็คือพวกยมทูตนั่นแหละ ยมทูตในนรกแต่งตัวอย่างไร ยมทูตในโลกนี้แต่งตัวอย่างไร ก็ต้องรู้เห็นอีก พวกปฏิบัติเขาชอบดูกัน พวกที่ได้สมาธิแล้ว หรือพวกที่ได้สมถะแล้วก็จะเห็นพวกนี้แหละ เป็นผู้พาวิญญาณไป ไอ้คนไหนที่ทำชั่วหนัก ยมทูตมายืนรอที่เตียง ๔ ตนเลยยืน สี่ทิศ พอวิญญาณหลุดออกจากร่างก็เป็นรูปคนนี่แหละ ยมทูตก็จับเลย ล็อคแขนเลย พาไปเลย พาไปไหน ก็พาไปส่งประตูนรกสิ! พวกท่านก็ไม่เห็นอีกพอไปส่งประตูนรก ประตูนรกจะเปิด จะมียมทูตอีกชุดนึงเดี๋ยวมารับอีกช่วงนึงไปลงนรก ยมทูตข้างบนเขาแต่งตัวแบบไหนกัน เขาจะแต่งตัวดีกว่ายมทูตในนรก เขาจะมีข้อมือข้อแขนแล้วแต่งชุดดีหน่อย พลทหาร นายสิบ นายร้อย มีแต่ยมทูตในนรกที่นุ่งผ้าเตี่ยว ไอ้คนตายที่เจอยมทูตนุ่งผ้าเตี่ยวมารับ แสดงว่าไอ้นั่นตัวร้าย คนเลว!!! พวกยมทูตที่แต่งตัวดีหน่อยเขามาทำอะไร รู้ไหม?? มายืนรอคนป่วย พ่อตายไป เขาก็เชิญ เชิญไปไหนรู้ไหม?? ถ้าคนตายธรรมะธรรมโมก็จะมียมทูตแต่งชุดดี แต่งเครื่องแบบดีหน่อยคล้ายๆพวกอียิปต์ เสร็จแล้วยมทูตทำอย่างไรรู้ไหม เขาไม่จับหรอก เขาเดินคุมไปเหมือนเธอนั่นแหละ ไปส่งที่ไหนรู้ไหม นี่คือยมทูตอีกชุดหนึ่ง ประตูมนุษย์กับประตูสวรรค์ มันเชื่อมติดกัน คนทำดีส่งประตูสวรรค์ คนทำชั่วส่งประตูนรก และไอ้พวกที่ไม่มียมทูตมารอรับ ปรากฏว่าพรุ่งนี้บาปน้อยก็ปล่อยให้อยู่ในโลกมนุษย์นี่แหละ ปล่อยให้อยู่ในโลกมนุษย์ปรับเนื้อปรับตัวให้กลับมาเป็นคนดี ก็เหมือนคนที่ติดคุกนั่นแหละ กลับมาประพฤติชั่วก็ติดคุกอีก กลับมาเป็นคนดีบวชพระบวชเจ้าวิญญาณที่ตายไปเกิดอีกภพก็ไปเป็นคนดี
ส่วนเรื่องวิญญาณคนตายแล้วไปเกิดเป็นอะไรบ้าง ถ้าทำดีประพฤติดีหน่อยสวดมนต์ไหว้พระ ตายไปก็เป็นลูกเทวดาอยู่ตามต้นไม้ มีวิมานอยู่ บางคนตายไปเป็นพระภูมิก็มี บำเพ็ญในถ้ำก็มี ในป่า ในเขา ตามชะง่อนผา ตามวัดตามวาก็มี บางทีก็ไปอยู่เทวโลก พรหมโลกก็มี แล้วแต่บารมี เรื่องนี้พูดถึงเรื่องตายก็จะคุยเรื่องตายให้ฟัง ถ้าตกน้ำตายแล้วมีพระมีเจ้าหรือผู้มีบุญมาช่วย วิญญาณนั้นก็จะได้พ้นจากสถานที่นั้น แต่ถ้าไม่มีใครมาช่วย วิญญาณก็จมน้ำตายอยู่ตรงนั้นแหละ เป็นเวลา ๑๐ ปี ๒๐ปี ๓๐ปีก็มี รอจนกว่าจะมีพระมีเจ้าคนประพฤติดีปฏิบัติดีมาช่วย วิญญาณถึงจะพ้น วิญญาณทั้งหลายที่ท่านชอบไปฆ่าเขาตายเป็ดห่านไก่หมูหมาทั้งหลายตายไป ฆ่าเขาเยอะๆ เขาก็มาทำโทษเอาก็มี ต้องไปใช้กรรมกับเขา เขามาทวงวิญญาณเป็นโน่นเป็นนี่สารพัด รักษาสิบๅปีก็ไม่หาย นี่แหละเขาเรียกว่าวิญญาณที่มีกรรม เขาตามทวงวิญญาณพวงชีวิตเจ็บป่วยถึงตายกันเยอะ ถ้าไม่รู้จักพระพุทธศาสนาก็ไม่เห็นวิธีแก้ แก้ทุกข์สารพัดต่างๆนี้ วิญญาณตามฮวงซุ้ยก็มี มีเยอะแยะ นั่งเฝ้าศพตัวเองนั่งอยู่หน้าหลุมฝังศพก็มี มีสารพัด ตกน้ำตายเป็นปีก็มี ไม่ไปเกิดก็มี วิญญาณตามวัดตามเจดีย์ตามริมคลอง วัดวาอยู่ริมคลอง ผีก็มานั่งริมคลองเยอะแยะ ตามศาลาก็มี อยู่บนเมรุก็มี เดินไปมาในวัดเต็มไปหมดก็มี แต่พวกท่านไม่เห็น วิญญาณมันอยู่ทุกหนทุกแห่งนั่นแหละ ตามถนนหนทางตามตรอกซอกซอยตามทางแยกมีเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าทุกที่ทุกแห่ง ในบ้านก็มี วิญญาณตามศาลก็เยอะ ตามต้นไม้ก็มีเยอะ จะเอาวิญญาณแบบไหนล่ะ!! ตายแล้วไปไหนล่ะ อยู่วัดวิญญาณก็ฟังเทศน์ฟังธรรมได้ วิญญาณมีอยู่ทั่วไปหมดเดินเกะกะไปหมด ใครฟลุ๊ค ใครโชคดีไปเจอมันเข้าก็เรียกว่าถูกผีเข้า วิญญาณสิง เจ็บป่วยไปตามระเบียบ บางวิญญาณก็อดอยากเป็นปอบเป็นมะเร็งผีทั้งนั้น เป็นปอบไปเจอคนป่วยเข้าก็เลยกินคนป่วย เลยเป็นปอบมะเร็ง ทุกวันนี้หมอไม่รู้ บอกว่าเป็นมะเร็ง ขั้น ๓ ขั้น ๔ ที่แท้ พวกนี้เป็นมะเร็งที่ถูกผีปอบกิน ไม่มีอะไรรักษาหายได้ มีแต่ความตายอย่างเดียวนอกจากไปเจอผู้ปฏิบัติสมาธิเก่งๆช่วย เพราะฉะนั้นวิญญาณทำให้คนเจ็บป่วยเยอะแยะไปหมด โรคหัวใจ โรคความดัน โรคประสาท ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตามตัว ปวดแข้งปวดขา ที่แท้ก็คือพวกวิญญาณนี่แหละ ยาหมอ ยาฉีด ยากินก็ไม่หาย นอกจากจะใช้สมาธิจิต อำนาจจิตทางพุทธศาสนามารักษาวิญญาณทั้งหลาย ยังมีอีกเยอะที่ทำให้คนที่สร้างเวรสร้างกรรมทั้งหลายทำโทษ หรือเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา ครูบาอาจารย์ทำโทษ ก็เป็นเรื่องของวิญญาณ แล้วการตายแล้วไปไหน ก็ต้องเห็นเพราะจิตเป็นสมาธิ
ถ้าท่านนั่งได้ถึงระดับอุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ ปรมัตถะสมาธิหรือฌาน ๔ ฌาน ๘ นั่นแหละ ท่านจะมีสิทธิ์รู้เห็นเรื่องจิต เรื่องวิญญาณ และเรื่องรักษาโรคจิตโรควิญญาณ วิธีแก้กรรมต่างๆได้ แม้แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลก็รักษาโรคจิตโรควิญญาณไม่ได้ นอกจากหมอหรือแพทย์เป็นผู้ฝึกสมาธิเก่งๆหรือชาติเก่งๆจึงใช้พลังจิตอำนาจจิตรักษาได้ ไม่ต้องใช้ยากิน ยาฉีด รักษาเป็นปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี แบบปัจจุบันนี้ ถ้าจะให้คุยหรือพูดเรื่องตายแล้วไปไหน มีอีกเยอะแยะสารพัด คุยกันเป็นสิบๆปีก็ไม่รู้เรื่องว่าจิตวิญญาณไปไหน ทุกวันนี้รู้แต่ว่าลงนรกกับไปสวรรค์หรืออยู่ในโลกมนุษย์เรานี่แหละ อยากรู้จริงก็ปฏิบัติเอาสิ… เลือกเอาพระอริยสงฆ์เก่งๆ สายหลวงปู่มั่น สายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือสายยุบหนอพองหนอ สายสัมมาอะระหัง หรือสายอานาปานสติ ให้รู้จักหลักปฏิบัติแท้จริง คืนเดียวท่านก็นั่งได้ ทำสมาธิได้ ทำบ่อยๆ ตัวรู้ตัวเห็นก็เกิดขึ้นเองได้ พอนั่งเก่งๆ จะดูอะไรล่ะ!! จะดูผีสาง ดูเทวดา ดูวิญญาณอะไร ดูพระอริยสงฆ์ ได้สารพัด มีพระอาจารย์ให้ถูกเยอะแยะ สายอาจารย์กรรมฐานนี่แหละ สมาธิ สมถะ วิปัสสนานี่แหละ มีความเพียรความพยายาม ความอุตสาหะ รู้หลักปฏิบัติที่แท้จริง นั่งได้ทุกคนแหละ แล้วก็สามารถเห็นได้ทุกคน แล้วยังจะได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้ ด้วยตนเองหรือสัพพัญญู
เรื่องไปแล้วไปไหนยังมีอีกเยอะ ไว้รออ่านต่อตอน # อยากรู้อะไรอยากให้เขียนเรื่องอะไรบอกมา!! ตายแล้วไปไหนหรือ? ไปแล้วอยู่กับที่ก็มี ไปแล้วอยู่โลกมนุษย์ก็มี ตายแล้วไปสวรรค์ก็มี แล้วท่านล่ะ? ท่านจะเลือกไปทางไหนล่ะ? ทำชั่วทำกรรมมากท่านก็ลงนรก ทำกรรมทำชั่วน้อยก็อยู่โลกมนุษย์ ปฏิบัติดีก็อยู่เทวโลก พรหมโลก สวรรค์ ท่านสามารถเลือกในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เขาเรียกว่าเลือกก่อนตาย ถ้าทำช่วยเยอะๆคุณได้ลงไปทัวร์นรกแน่นอน!!
ตายแล้วลงไปนรกก็ลำบากอีกอย่างนึง ตายแล้ววิญญาณอยู่โลกมนุษย์ก็ลำบากอีกอย่างนึง แต่ถ้าอยากสบายก็ปฏิบัติธรรม สร้างบุญสร้างกุศลเยอะๆ คุณก็ไปเสวยสุขบนสวรรค์ อ้าว!! แล้วคุณคิดและเตรียมตัวแล้วหรือยังว่าตายแล้วคุณอยากจะไปไหน อยู่ที่ตัวคุณนั่นเองคุณเลือกทางเดินของคุณเอง….
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น