โดยปู่สงค์ สวนพุฒตาล
ศีล ๕ ก็เป็นศีลชั้นประถมศึกษาแค่ ๕ ก็ยังไม่รู้เรื่องและเข้าใจกันแค่ศีล ๕ ก็ยังรักษากันไม่ได้หมดและจะขึ้นชั้นมัธยมได้หรือ เคยคิดกันบ้างหรือเปล่า
ข้อแรก ปาณาติปาตา ให้งดเว้นฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต ก็ยังรักษากันไม่ได้ ฆ่าปลา ฆ่าวัว ฆ่าควาย หรือฆ่าสัตว์ใดๆ ก็ถือว่าเป็นบาป บาปมาก บาปน้อย ก็อยู่ที่ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ ฆ่าสัตว์ก็เป็นไฟบาป
ข้อสอง อทินนาทานา ห้ามลักเล็กขโมยน้อย ไม่ว่าของเล็กของใหญ่ ที่ไม่ใช่เป็นของตัวเอง ก็ถือว่าชั่ว มันกระทบจิตเรา กายเรา ก็คือธาตุดิน ความทุกข์มันกัดกินหัวใจเรา เพราะถือว่าเป็นความชั่ว
ข้อสาม กาเมสุมิจฉา ผู้ประพฤติผิดในกาม ไปยุ่งกับครอบครัวคนอื่นโดยไม่ใช่ของครอบครัวเรา ก็ถืออารมณ์เป็นกิเลส จึงเป็นธาตุลม
ข้อสี่ มุสาวาทา ก็เป็นข้อห้ามไม่ให้พูดจาโกหก หรือพูดเท็จใดๆ ก็เป็นเหมือนธาตุน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง หรือน้ำโคลนที่สกปรกไหลแทรกซึมไปทั่ว ก็คือธาตุน้ำ
ข้อห้า สุราเมระยะ ก็คือข้อห้ามดื่มสุรา ของมอมเมา ยาบ้า อะไรๆในสมัยนี้ด้วย เพราะไปกิน ไปดื่ม หรือดูด หรือสูบ ทำให้เสียสติ ขาดสติ ก็คือวิญญาณหรือจิต-ใจ ข้อนี้จึงร้ายแรงที่สุด ถ้าจะเกี่ยวกับพุทธศาสนาก็คือ นะโมพุทธายะ นั่นแหละ วิญญาณก็คือ ยะ
พระพุทธเจ้าก็วางศีล ๕ ให้มีสติ ยึดพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ให้อยู่ในศีล ๕ ก็คือ นะโมพุทธายะเช่นกันก็พิจารณาดูแล้วก็เกี่ยวพันกับขันธ์ ๕ อีกชั้นหนึ่งแต่คนเรายังขาดการพิจารณา ให้ละเอียดลึกซึ้งถึงพระคุณพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ นี่ก็เป็นเพียงฐานเบื้องต้นเท่านั้น
ต่อเมื่อใด พวกท่านมีสติรู้ชัดว่าศีล๕ เป็นการละความชั่วทั้งหลายที่เกิดขึ้นในใจ ไม่ให้ทำผิด ท่านก็จะรู้เห็นวิธีปฏิบัติธรรมคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ไปทีละน้อยๆ จนมีสมาธิที่ดีหรือเข้าถึงสมาธิแท้จริง ท่านก็พบแสงสว่างทางเดินของศีล ที่จะก้าวไปเบื้องหน้า ศีล ๕ ก็เลยเป็นรากฐานของสมาธิ สมาธิก็เป็นรากฐานของสมถะ สมถะก็เป็นรากฐานของวิปัสสนา ท่านทั้งหลายเอ๋ย รู้เหตุไหม ทำไมพระพุทธเจ้าวางศีลไว้เป็นข้อแรก หรือชั้นประถม ให้รักษาศีลให้มั่นคง จะปฏิบัติสมาธิได้ง่าย สมาธิก็จะเกิดปัญญาไปในตัว ทำให้เห็นและรู้สมถะ ๔๐ ยิ่งมีสมาธิมากๆ จากสมาธิหรืออุปจารสมาธิ ก็จะรู้เห็นทางเดินของสมถะ ๔๐ เพราะสมาธิคือตัวรู้ตัวเห็นรวมกัน จึงเรียกอุปจารสมาธิ เมื่อรักษาศีลได้บริบูรณ์ สมาธิจะเกิดง่าย ได้สมาธิหรืออุปจารสมาธิแล้ว สามารถเห็นทางเดินของสมถะ ๔๐ ได้ ก็เอาสมาธิมาพิจารณาดูในสมถะ ๔๐ จนชำนิชำนาญ ท่านถึงจะเข้าสู่วิปัสสนากรรมฐาน ได้ศีล ๕ จึงเป็นแค่ชั้นประถม ถ้าฝึกรับศีลไปจนถึงศีล ๑๐ หรือถือไปเรื่อย จะได้คู่กับการฝึกสมาธิ จากอุปการะสมาธิก็ขึ้นไปอัปปนาสมาธิ และปรมัตถะสมาธิ ท่านจะเจริญสมาธิ หรือเจริญฌาน ก็แล้วแต่ท่านจะถนัด ไปจนถึงขั้นสูงสุดอรหันต์ แต่ต้องผ่านด่านสมาธิสูงๆ ฌาน ๘ ขึ้นไปจึงจะรู้เห็นเรื่องพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ แท้จริงศีลก็รักษาไม่ยาก เพียงแต่ท่านพยายามทำไม่ให้ผิดศีลทั้ง ๕ ข้อเท่ากับใจสะอาดบริสุทธิ์ เหมือนกับขันธ์ทั้ง ๕ จึงเป็นของคู่กัน ศีล ๕ กับขันธ์ ๕ ก็ล้วนแต่สอนให้เรารักษาอย่าทำผิด ทำชั่ว ท่านก็จะได้พบหลักสัจจะความจริง ทุกข์ สมุทัยนิโรธ มรรค หรืออริยสัจ ๔ นี่เอง แล้วท่านจะได้พบกับคำสอนของพระพุทธเจ้าแท้จริแล้วก็เห็นพระพุทธเจ้าด้วย
ศีล ๕ จึงมีความสำคัญแก่สานุศิษย์ของตถาคต ใครไม่รักษาศีลจึงไม่สามารถพบเห็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าท่านไม่มีศีลไม่รักษาศีล ก็จะมีแต่เรื่องสารพัดทุกข์มาโจมตี เล่นงาน ไม่แต่ตัวคุณเองเท่านั้น ยังโดนถึงครอบครัวด้วย การรักษาศีลก็ให้ถือศีลเป็นสัจจะ ก็จะชนะอุปสรรคเภทภัยทั้งปวงและก็มีความสุขความเจริญทั้งครอบครัว ถ้าท่านรักษาศีลและปฏิบัติสมาธิได้ ถึงขั้นสมาธิก็จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ ถ้าปฏิบัติถึงสมาธิก็สามารถปิดนรกให้พ่อแม่พี่น้องได้ ถ้าปฏิบัติถึงปรมัตถสมาธิครอบครัวจะพ้นกรรมทุกอย่าง
ท่านเอ๋ย เราเป็นชาวพุทธศาสนิกชนศิษย์พระตถาคต ยังจะโง่อยู่หรือ หันมารักษาศีลให้สะอาด หันมาปฏิบัติสมาธิควบคู่ไปกับทางโลก คือทางธรรมคู่กับทางโลก ท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ตถาคตแท้จริงแล้ว อย่ามัวแต่ใช้ปากพูด เถียงไม่มีเหตุผล โทษเว รโทษกรรม โทษบาปบุญอะไรส่งไป ยิ่งพวกปากสุนัขปากควาย ก็มักจะโทษไม่มีเวลา ไม่ว่าง นั่นแหละตัวเองเป็นตัวกาลีที่มีกรรมจริงๆ ตายไปก็ไม่เกิด ต้องเป็นผีปอบ ผีพเนจร อดอยากต่างๆ นานา
ท่านรู้หรือไม่ การปฏิบัติธรรมหรือรักษาศีล ก็รักษาในใจ แต่ถ้าท่านจะปฏิบัติสมาธิทำได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ถ้าท่านอยากจะทำไม่มีเวลาก็นอนทำสมาธิ ให้เวลามากน้อยก็ไม่จำกัดเวลา ขอให้ท่านทำเถอะได้บุญได้กุศลตามมาโดยไม่รู้ตัว อย่าหลงมัวแต่โทษอะไรนอกกาย ต้องโทษตัวเองนั่นแหละ ไม่ทำและรู้แล้วไม่ทำ พวกนี้ยิ่งโง่ใหญ่กรรมก็มากตามขึ้นทุกวัน จากตัวเองถึงครอบครัว บางทีเล่นทั้งตระกูลเดี๋ยวนี้ในปัจจุบันมีเยอะ กลับเนื้อกลับตัวมาถือศีล
ปฏิบัติสมาธิ ละความชั่วไม่คิดร้ายกับใคร ท่านก็คือศิษย์ตถาคต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น