โดยปู่สงค์
สวนพุฒตาล
ผู้เขียนได้ประสบการณ์เรื่องจิตวิญญาณทั้งหลายและก็สามารถคุยเฟื่องเรื่องวิญญาณต่างๆได้
แค่ความรู้ปฏิบัติสมาธิมากว่า ๕๐ปีเท่านั้นเอง จึงกล้าคุยเฟื่องเรื่องวิญญาณได้
เรื่องวิญญาณจมน้ำตายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านผู้อ่านควรรู้ไว้
จมน้ำตายมาเป็นสิบๆปี ยังไม่ได้ไปเกิดก็มี
พวกท่านไม่รู้หรอกว่าวิญญญที่จมน้ำตายมันทุกข์แบบไหนทุกข์อย่างไร
ไอ้พวกวิญญาณก็ให้เรามารู้เรื่องนี้ เรื่งอนี้เกิดขึ้นมาประมาณ ๓๐กว่าปีโน้น
ผู้เขียนชอบท่องเที่ยวปฏิบัติสมาธิตามวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
ได้ผจญกับพวกวิญญาณแทบทุกจังหวัดที่ไปมา
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เขื่อนเจ้าพระยา
คลองมหาราช จ.ชัยนาท วันหนึ่งผู้เขียนไปนั่งสมาธิในโบสถ์หลวงพ่อหิน
ไปรักษาคนช่วยคนเป็นทานบารมีแทบทุกเสาร์อาทิตย์ จนมีฉายาว่า
ปู่สงค์เขื่อนเจ้าพระยา เมื่อประมาณ พ.ศ.
๒๕๑๙ ถึง พ.ศ. ๑๕๒๐ เย็นวันหนึ่งขณะเดินกลับจากโบสถ์หลวงพ่อหินหรือพุทธศิลา
ซึ่งมีงานเขื่อนประจำปีทุกๆปี ขณะที่เดินตามถนนข้างคลองมาหาราชแถวโค้งบางกระเบียนก็เดินภาวนามาเรื่อยๆ
มาจนถึงโค้งนึงก็ได้ยินเสียงมาจากในคลองมหาราชว่า ท่านปู่ขา
ช่วยลูกด้วยเถอะลูกจมน้ำตายมา ๓๐ กว่าปีแล้ว ทำให้ผู้เขียนต้องเพ่งจิตดูตามเสียง
ก็พบว่าโค้งก่อนจะถึงสะพานบางกระเบียนมีเสียงมาจากในคลอง
เพ่งจิตลงไปดูจึงได้เห็นวิญญาณเป็นผู้หญิงอายุประมาณ ๑๘-๑๙ ปีนี่แหละ
นอนอยู่ก้นคลองมาหาราช ลุกขึ้นมานั่งไหว้บิกว่า ท่านปู่ขา ช่วยลูกด้วยเถอะ จมน้ำมา
๓๐กว่าปีแล้ว อยุ๋ก้นคลองนี่แหละ ก็เพ่งจิตลงไปดูก็เลยทำจิตช่วยเปิดวิญญาณให้พ้นทุกข์
เออ.. เจ้าพ้นทุกข์แล้วนะ ไปเกิดได้แล้ว เสียงนั้นก็เงียบไป
ผู้เขียนก็กลับไปบ้านพักของลูกศิษย์ที่บางกระเบียน ยังจพได้ว่าชื่อแมวหรือน้าแมว
อายุ ๕๐กว่าๆ ตอนค่ำมีคนมาหาและพาเด็กสาวมา ๔-๕ คน ในกลุ่มนี้มีเด็กอายุ ๑๖-๑๗ปีคนนึง เป็นลูกสาวคนในกลุ่มนี้
และคนกลุ่มนี้จะอายุรุ่นเดียวกับน้าแมว
พอขึ้นมาถึงบ้านก็บอกว่าไม่รู้ลูกสาวเขาเป็นอะไร
บอกว่าให้พามาหาน้าแมวหรืออีแมวหน่อย บอกปู่ปู่ช่วยดูซิลูกสาวเป็นอะไร พอเพ่งจิตดู
ก็เห็นวิญญาณเป็นร่างเด็กสาวคนนั้นที่จมน้ำตาย(คนที่จมน้ำตาย) ก็บอกวิญญาณว่าเจ้ามีอะไร
บอกมาเลย จะให้ช่วยอะไรก็ให้บอกมา
ปรากฏว่าเด็กสาวที่ถูกวิญญาณเข้าก็หันไปว่าน้าแมว วิญญาณพูดว่า อีแมว!!!
อีห่ามึงไม่เคยนึกถึงกูเลย มึงไม่เคยทำบุญให้กูเลย
เท่านั้นเองน้าแมวหรืออีแมวก็ตกใจ จำเสียงวิญญาณได้ นี่มันวิญญาณเพื่อนกูนี่หว่า
วิญญาณก็ตอบว่า เออ!!! กูเองแหละ เท่านั้นแหละคำพูดก็พรั่งพรูออกมา
น้าแมวก็ถามว่า
อีห่า! มึงยังไม่ได้ไปเกิดอีกหรือนี่ ๓ๆกว่าปีแล้ว น้าแมวก็เล่าให้ฟังว่า
เพื่อนคนนี้น่ะ ตอนสาวๆ รุ่นเดียวกับน้าแมวจมน้ำตาย เล่นเอาน้าแมวตกใจเลย นี่
๓๐กว่าปีแล้วมึงยังไม่เกิดอีกหรือ โอ้โหทีนี้ทั้งคนททั้งผีด่ากันฉิบหายเลย
มึงไม่เคยทำบุญให้กูเลย ไม่นึกถึงกูเลย ผีกับคนก็ต่อว่ากัน (คนบ้านบอกจะพูดอีห่า)
ทั้งผีทั้งคนต่างก็นั่งกอดกันร้องไห้ เล่าสารทุกข์สุกดิบ
ไอ้ผีก็บอก...กูหนาวฉิบหายเลยไม่มีใครอุทิศบุญให้กูเลยคนฟังก็ฟังผีรำพัน
คนก็บอกว่า... กูขอโทษกูลืมมึงจริงๆ ถ้าผู้อ่านไปเจอคนกับผีตัดพ้อกัน คุณจะสงสาร
ตายแล้วยังมีทุกข์อีกหรือลำบากอีกหรือ กูจมอยู่ก้นคลองกูก็หนาว
ท่านปู่องค์นี้เดินไป กูถึงมาขอร้องให้ท่านช่วย คุยจนหายอยากแล้ว กูจะไปเกิดซะที
เสร็จแล้วพวกมึงอย่าลืมนะทำบุญกุศลให้กูด้วย กูเข้าลูกสาวอีห่านี่มา
มาบอกพวกมึงให้รู้กูคิดถึงพวกมึงมากๆ กูจะไปเกิดแล้ว ท่านปู่จะส่งกูไปเกิดแล้ว
เอาหละ กูมาบอกแค่นี้หละ กูจะไปแล้ว แล้วอย่าลืมทำบุญให้กูนะ
วิญญาณในร่างเด็กสาวก็ก้มลงกราบ ท่านปู่เจ้าขา...ช่วยกรุณาส่งลูกด้วย
เท่านั้นแหละผู้เขียนก็เพ่งจิต รักษาวิญญาณให้หายเจ็บป่วยหายทุกข์ทรมาน
และส่งไปเกิด ไปเกิดเสียลูกนะ พ้นวิบากกรรมแล้ว วิญญาณก็ก้มลงกราบ
และออกจากร่างลูกสาวเพื่อน โอ้โหที่นี้ไปนั่งคุยกัน น้าแมวก็พูดว่า ๓๐กว่าปี มันยังไม่ไปเกิดอีก ถ้าไม่เจอปู่ มังคงทุกข์อีกเยอะและอีกนานด้วย
ถึงกับงงกับเหตุการณ์นี้กันเป็นแถว
ผู้เขียนก็อธิบายให้ฟัง
ผีมันจะพ้นทุกข์แล้ว ถึงได้ช่วยมันได้
ก็อยุ๋ที่การปฏิบัตินี่แหละตามหลักพุทธศาสนานี่แหละ
แล้วก็จับเป่าหัวอาบน้ำมนต์ให้เด็ก ก็หายเป็นปกติ
และตั้งแต่นั้นมาก็ทำบุญทำทานให้แก่วิญญาณเพื่อน
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีวิญญาณปรากฏให้เห็นในคลองนั้นอีกเลย
และไม่มีใครมาตายแถวนั้นเลย ซึ่งก่อนหน้านั้นมีคนจมน้ำตาย รถตกน้ำตาย
ศพลอยมาติดคลองบางกระเบียนก็มี ตอนนี้ไม่มีแล้ว นี่เป็นเรื่องนึงตายแล้วยังมีทุกข์
รอคนปฏิบัติมาช่วย คนที่จะช่วยให้ผีพ้นทุกข์ได้ ต้องเก่ง เก่งบารมี เก่งสมาธิ
จะมาถามรู้ได้ไง เห็นได้ไง เพราะสมาธิ สมถะ วิปัสสนา นี่แหละ ทำให้เราสามารถติดต่อ
สามารถเห็นวิญญาณได้ ช่วยวิญญาณได้ ยังมีอีกหลายเคส หลายพันเรื่อง
ที่วิญญาณมีทุกข์ ท่านไม่รู้ ไม่ปฏิบัติกัน ถึงเวลาเจ็บป่วยมา
หมอที่ไหนก็รักษาไม่ได้ นอกจากสมาธิจิตของศาสนาพุทธที่แก้ไขได้